ชื่อของ ‘เหมย-ณภัสนันท์ สิรินดาศุภสิริ’เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นตั้งแต่ที่มีการปล่อยคลิปไวรัล‘จีบได้ แฟนตายแล้ว’ ของ The 1 Card ในวันนั้นเราไม่เคยเจอเหมย

THE ONE AND ONLY ‘เหมย-ณภัสนันท์ สิรินดาศุภสิริ’

ไม่รู้ว่าตัวจริงของเหมยจะนิ่งเหมือนในรูปหรือเปล่า ตลกดีที่เรามักทึกทักเอาเองว่าใครสักคนเป็นคนยังไงจากภาพนิ่งแค่ไม่กี่ภาพและคลิปวิดีโออีกจำนวนหนึ่ง แต่ทันทีที่บทสนทนาเริ่มขึ้นเรารู้เลยว่าคิดผิด เหมยทั้งยิ้มและหัวเราะตลอดการพูดคุยและถ่ายภาพ ขณะที่นั่งถอดเทปสัมภาษณ์อยู่ตอนนี้ก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะของเธอชัดแจ๋ว เราเลยเรียนรู้ว่ารูปถ่ายไม่สามารถเป็นตัวแทนตัวตนของใครได้ คนที่ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นก็ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เศร้า และหญิงสาวที่แลดูนิ่งเฉยอาจจะเป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวที่สุดคนหนึ่งก็ได้เช่นกัน


Who is ‘Meii’?
“ชื่อเหมยนะคะ ณภัสนันท์ สิรินดาศุภสิริ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตอนนี้ฝึกงานเป็นกองบรรณาธิการที่นิตยสาร Nylon ได้เขียนคอลัมน์ เขียน content ต่างๆ ส่วนตัวเราก็ชอบสายนี้ เพราะเคยลองเรียนสถาปัตย์ เอกการออกแบบภายในมาก่อนแล้วรู้ว่าไม่ใช่ พอรู้ว่าตัวเองสนใจเรื่องการทำหนังสือ บ้าการอ่านหนังสือมาก เลยคิดอยากเรียนทางด้านนิเทศศาสตร์ ด้านวารสารศาสตร์ เราอยากทำสัมภาษณ์และก็ชอบดนตรี ก็เลยอยากทำงานที่ได้สัมภาษณ์นักดนตรี”

The Beginning
“ก่อนจะเข้าวงการก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย (หัวเราะ) มันเริ่มมาจากช่วยงานรุ่นพี่รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัย เขาให้ช่วยเป็นแบบ เมื่อก่อนจะเป็นคนเขินกล้องมากเลย เป็นพวกยิ้มไม่ค่อยเป็น (ยิ้ม) ก็จะทำหน้าเดียว หน้านิ่งๆ รุ่นพี่ก็ให้ช่วยโน่นช่วยนี่ ถ่ายเป็นแบบให้ร้านเสื้อผ้า พี่ช่างภาพบางคนอยากให้ไปช่วยเป็นแบบเพื่อทำ portfolio ของเขา ถ่ายไปถ่ายมาก็เลยมีงานเข้ามาเรื่อยๆ”


Turning Point
“จุดเปลี่ยนของการทำงานของเราน่าจะเป็นเอ็มวีของGetsunovaที่เริ่มรู้สึกว่า เฮ้ย มีคนรู้จักเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ทำไมมีคนมาติดตามเยอะขนาดนี้ และที่เพิ่งมาบูมๆ ก็คือไวรัลของ The 1 Card นี่แหละค่ะ แต่ชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนะ ออกมาข้างนอกอาจจะมีคนมองแปลกๆ บ้าง ตัวเราเฉยๆ อยู่แล้ว เพราะไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดังหรือดาราอะไรหรอก”

The Best Lesson
“สิ่งที่ได้จากการทำงานตรงนี้เยอะๆ คือ ได้เรียนรู้วิธีการแสดงสีหน้าได้มากขึ้น (หัวเราะ) อย่างงานถ่ายแบบเสื้อผ้า เราจะทำหน้ายังไงก็ได้ เป็นสไตล์ของเราไป แต่พอเป็นงานแสดง จากเมื่อก่อนเอ็มวีมันก็ไม่ต้องแสดงความรู้สึกอะไรมาก ตอนนี้เป็นงานไวรัลมีเรื่องราวที่ต้องแสดงอารมณ์มากขึ้น แรกๆ เราจะบอกเลยว่า พี่ หนูร้องไห้ไม่ได้ ทุกคนที่ทำงานด้วยก็จะสอนเราว่า ร้องเลยๆ คิดสิๆ มีเรื่องอะไร Sensitive บ้าง”

THE ONE AND ONLY ‘เหมย-ณภัสนันท์ สิรินดาศุภสิริ’

Challenging Part
“การไม่ถ่วงเวลาคนอื่นคือความท้าทายที่สุดของการทำงาน เราอยากให้งานมันออกมาดีอยู่แล้ว เวลาทำก็ตั้งใจทำให้ถึงที่สุด ถ้าถามว่ามีเทคนิคอะไรไหม ก็ไม่มีนะ จะปล่อยให้อารมณ์มันพาไปด้วยส่วนหนึ่ง เน้นการคุยกับผู้กำกับให้เข้าใจมากที่สุด ถ้าเป็นงานเอ็มวีก็ต้องเข้าถึงเพลง เข้าถึงเนื้อหาให้มากที่สุด”

The One and Only
“ถ้าพูดถึงผลงานที่ดังมากๆ ก็คงจะเป็นไวรัลของ The 1 Card ตอนทำก็สนุกและผลตอบรับที่ได้ก็ดีมากๆ หลายๆ คนบอกว่าซึ้ง แต่เพื่อนเรากลับบอกว่า ‘ถ้ากูไม่รู้จักมึงได้ดูก็คงซึ้งเหมือนกัน’ (หัวเราะ)พอรู้จักกันดีจะรู้ว่าเราไม่ใช่คนซึ้ง ไม่ใช่คนเศร้าอะไรขนาดนั้น ฉากที่เห็นว่าร้องไห้กว่าจะผ่านก็ยากมากๆ ที่เห็นร้องไห้อย่างนั้นเพราะพี่ช่างกล้องบอกว่า ถ้าเทคนี้ไม่ร้องจะโยนกล้องใส่หน้าแล้วนะ อยากกลับบ้าน เชื่อไหมว่าซีนนั้นทุกคนช่วยกันมาก เอาหอมให้ดม เอาพิมเสนมาทาใต้ตา ที่เห็นตาแดงๆ น่าจะเป็นผลพวงจากพิมเสนมากกว่า” (หัวเราะ)

‘Try This!’
“บทบาทใหม่ๆ ที่อยากลองเล่นและยังไม่เคยได้เล่นคือ คนโรคจิต แบบนิ่งๆ เพราะรู้สึกว่าหน้าตาตัวเองโรคจิต อย่างตอนเด็กๆ ชอบแกล้งเพื่อนโดยการทำหน้านิ่งๆ แล้วเพื่อนกลัวมาก ขนาดน้องสาวตัวเองยังกลัวเลย (หัวเราะ) น้องกลัวจนร้องไห้เลยคิดว่าเล่นบทนี้น่าจะรุ่ง”

My Free Time
“เวลาว่างเราชอบดูหนัง ฟังเพลง มีช่วงหนึ่งชอบไปอีเวนต์ดนตรีมาก เราฟังดนตรีได้หลายแนว ถ้าเป็นศิลปินไทยก็ชอบพี่โป้ โยคีเพลย์บอย, วงพรู และอพาร์ตเมนต์คุณป้า จะเป็นวงเก่าๆ หน่อย ซึ่งการไปอีเวนต์ดนตรีมันทำให้เราได้เจอคนหลายแบบ ได้คุยกับคนหลายแบบ คนนี้ทำงานอะไร ชีวิตเป็นยังไง คือเราเป็นคนชอบฟัง บางทีเครียดๆ อยู่ได้ฟังเรื่องของคนอื่นก็มีกำลังใจขึ้น เพราะยังมีคนเครียดกว่าเรา แต่ถึงจะชอบฟังดนตรี เราเล่นดนตรีไม่เป็นนะ ขนาดให้จับจังหวะชีวิตตัวเองยังไม่ค่อยถูกเลย” (หัวเราะ)

All Time Favorite
“เราชอบดูหนังแนวสงคราม เรื่องเกี่ยวกับฮิตเลอร์ เกี่ยวกับค่ายกักกัน เรารู้สึกว่าหนังเศร้ามันดึงอารมณ์ได้มากกว่า ดึงให้เราอยู่กับฉากนั้น ถ้าเป็นหนัง Happy Ending เดี๋ยวเดียวเราก็ลืมแล้ว เราเป็นคน Sensitive กับเรื่องครอบครัว เรื่องคนแก่ เรื่องเด็ก เรื่องหนึ่งที่ชอบคือ Life is Beautiful ที่พ่อยอมตายแล้วลูกรอด

“นอกจากหนังหดหู่ เราจะชอบหนังที่ภาพสวยๆ อย่างหนังของผู้กำกับ Wes Anderson อย่าง The Grand Budapest Hotel กับ Darjeeling ที่สวยทั้งสีทั้งมุมกล้องเลย”

THE ONE AND ONLY ‘เหมย-ณภัสนันท์ สิรินดาศุภสิริ’

‘You Are What You Read.’
“รสนิยมการอ่านของเรามันค่อยๆ เปลี่ยนมาเรื่อยๆ ตอนเด็กๆ ก็สไตล์เด็กผู้หญิง อ่านนิยายของสำนักพิมพ์แจ่มใสตามๆ เพื่อน ก็เคยคิดเหมือนกันนะว่าคำที่ในนิยายใช้อย่าง ‘ตาบ้า’ มันมีคนใช้ในชีวิตจริงจริงๆ หรือเปล่า (หัวเราะ) หลังๆ ก็เริ่มเปิดโลกด้านการอ่านมากขึ้น แล้วในฐานะที่เป็นคนเสพติดดราม่าอยู่แล้ว หนังสือของ Haruki Murakami เลยเข้าทาง เขาจะมีคำแปลกๆ เราชอบที่เขาสามารถเขียนบรรยายบรรยากาศรอบตัวได้ดีจนทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ
“อีกเล่มที่เราชอบคือ ใบหน้าอื่น ของนิวัต พุทธประสาท อ่านแล้วถึงกับซื้อเป็นของขวัญให้เพื่อน ‘เฮ้ย แกอ่านสิๆ’ แต่ถ้าถามว่าชอบตรงไหนมันตอบยากเหมือนกันนะ มันหม่นๆ ยังไงไม่รู้บอกไม่ถูกเหมือนกัน”

Laughing Out Loud
"ช่วงเวลาที่สดใสที่สุดคงเป็นเวลาที่ได้เจอเพื่อน ได้ออกไปแฮงเอาต์ด้วยกัน ยิ่งเวลาที่เหนื่อยๆ แล้วพอได้เจอเพื่อน ได้พูดคุยเรื่องไร้สาระด้วยกัน จริงๆ พวกเราเป็นกลุ่มเพื่อนสายตลกหกฉาก เจอกันแล้วปล่อยมุก ตบมุกใส่กันตลอด หรือไม่บางทีก็พูดไปด้วยร้องแร็ปไปด้วยได้ เราชอบติดตามน้าค่อม แจ๊ส ชวนชื่น ชอบนั่งดูเฮียพันพลุแตก เวลาว่างๆ ไม่ได้ทำอะไรเราจะนั่งดูคลิปรายการตลกหกฉาก ดูจนครบทุกตอนเลย เก็บสะสมมุกไว้ไปเล่นกับเพื่อน เจอหน้าแล้วปล่อยมุกใส่กันไม่ยั้งเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายมากสำหรับเรา"

Dress Up Style
"ถ้าเป็นวันสบายๆ ก็เป็นเสื้อยืดกางเกงสบายๆ ออกจะติดใส่รองเท้าแตะและรองเท้าผ้าใบด้วยซ้ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับโอกาสและสถานที่ที่เราจะไปมากกว่า รองเท้าทางการก็จะมีแค่รองเท้าหนังสีดำคู่เดียว แต่ถ้าเป็นอีเวนต์งานคอนเสิร์ตแบบที่เราชอบ รองเท้าผ้าใบนั้นตอบโจทย์ที่สุดแล้ว เพราะเราเตรียมไปกระโดดเต็มที่ เน้นเสื้อผ้าสบายๆ ที่ใส่แล้วมั่นใจ เราเชื่อเสมอว่าชุดไหนถ้าเราใส่แล้วไม่มั่นใจต่อให้ออกมาสวยงามเราก็ยังมีบุคลิกที่ดูไม่มั่นใจอยู่ดี ดังนั้นถ้ามั่นใจแล้วใส่เลย จริงๆ ตอนเด็กๆ เราจะเป็นคนไม่ค่อยมีความมั่นใจในการแต่งตัว ทุกครั้งที่จะออกจากบ้านต้องถามแม่เสมอว่าโอเคแล้วหรือยัง แม่จึงสอนเราว่าถ้าเราดูกระจกแล้วเราว่าโอเค นั่นก็คือโอเคแล้ว ไม่ต้องสนใจหรือฟังใครๆ ส่วนใหญ่จะคุมโทนสีขาว ดำ เทา กรมท่ามากกว่าเสื้อผ้าสีๆ"

THE ONE AND ONLY ‘เหมย-ณภัสนันท์ สิรินดาศุภสิริ’

First Impression
"เราชอบคนเงียบมั้ง เพราะเราเป็นคนพูดมาก (หัวเราะ) เป็นคนตลก มีอารมณ์ขัน เป็นตัวของตัวเอง มีสไตล์เป็นของตัวเอง แต่ถ้ามาแบบเก๊กๆ เราจะไม่ค่อยชอบ ถ้าถามเรื่องหน้าตา เพื่อนเราชอบด่าสเป็กหน้าตาผู้ชายของเรามากเลย (หัวเราะ) ชอบถามว่าไปดักแถวบางขวางมาหรอ เพราะเราชอบผู้ชายผมยาว หน้านิ่ง ตามีถุงใต้ตา ไม่ต้องมีหนวด ตาลอยๆ หน่อย (หัวเราะ) ไม่มีเหตุผลเหมือนกันเป็นความชอบส่วนตัว เราคิดว่าออกจะมีเสน่ห์ (หัวเราะ) ชอบผู้ชายแต่งตัวเรียบๆ แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ก็พอ เป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องแต่งตัวจัดมาก ไม่ต้องลายเยอะหรือมีหลายเลเยอร์แบบนั้น"

Dating
"เดตในฝันหรอ (คิดสักพัก) คงไปดูดนตรีด้วยกันมั้ง ไปกระโดดด้วยกัน ดังนั้นคนที่จะคบกันต่อกับเราได้คงจะเป็นคนที่มีฟิลเหมือนเพื่อนกัน ลุยด้วยกันได้ เราเป็นคนชอบเฮฮาปาร์ตี้กับเพื่อน ไปไหนก็ไปกันเพื่อนชวนไปไหน เราจะตอบ +1 ตอบโอเคไปด้วยตลอด ไม่ค่อยคิดอะไรมาก ดังนั้นถ้าถามว่าอยากได้คนแบบไหนก็คงเป็นคนที่เข้าใจอะไรแบบนี้เหมือนกัน"

Love is...
"มุมมองความรักของเรา เรามองว่าเป็นเรื่องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เรารู้สึกว่าชีวิตประจำวันก็เหนื่อยมากพอแล้ว ถ้ามีความรักแล้วมันต้องเหนื่อยหรือทะเลาะกัน คิดมากใส่กัน เราคิดว่าอย่างนี้ไม่ต้องมีก็ได้ รักควรจะเป็นแรงบันดาลใจ สร้างความสดชื่นแก่กัน เอาไว้เป็นเพื่อนกัน คอยปรึกษากันและกันอย่างนี้ดีกว่า"

I Dream, I Dream
"เราแอบคิดว่าหลังจากเรียนจบแล้ว เราอยากไปใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด เราไม่ชอบใช้ชีวิตแบบที่ต้องคอยดูนาฬิกา ต้องรีบร้อน ตัวตนเราจริงๆ ชอบอู้ (หัวเราะ) ชีวิตค่อนข้างย้วยมากๆ ชอบความสงบ ครั้งหนึ่งที่เราได้ไปค่ายอาสาพัฒนาชุมชนกับเพื่อนๆ ไปสร้างห้องสมุดให้เด็กบนดอยที่แม่ต้าน 10 กว่าวัน ชอบมาก ได้อยู่กับเพื่อนทั้งวันโดยไม่ต้องเล่นโซเชียล ลืมวันเวลาไปเลย ลืมว่ากี่โมงแล้ว พอพระอาทิตย์ตรงหัวก็รู้ว่าถึงเวลากินข้าวกลางวันแล้ว รู้สึกสนุกดีได้ทำอะไรที่ไม่เคยได้ทำ ไม่ต้องคอยเล่นโซเชียลเพราะเพื่อนก็อยู่กับเราตรงหน้านี้แล้วทั้งหมดไม่จำเป็นต้องติดต่อใคร ไม่ต้องรีบร้อนทำอะไรมากมาย"

Learn to Cook
"ชอบทำอาหารแต่ทำไม่ค่อยได้ เมื่อก่อนเคยคิดว่าไข่ดาวทอดง่ายมาก จนล่าสุดได้ลงมือทำอาหารเช้าให้เพื่อน เราก็บอกกับเพื่อนเสียดิบดีว่าจะจัดการให้เองอย่างหรู สุดท้ายไข่ดาวที่ทำมันออกมาเป็นไข่คนหมดเลย (หัวเราะ) อย่างวันก่อนตั้งใจจะผัดมาม่า แต่ออกมาแล้วฝืนกินมาก (หัวเราะ) หลังๆ เลยรู้ว่าเราไม่เหมาะกับสิ่งนี้ เป็นคนนั่งดูและคอยกินดีกว่า"

The Best Part of Me
"เราชอบวาดภาพ drawing สเกตช์ภาพพอร์ตเทรต ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเห็นแม่ชอบวาดรูปและวาดรูปมาตลอด ดังนั้นตอนเด็กๆ เราจะไม่ค่อยซื้อของเล่น จะชอบซื้อสมุดมากกว่า ไปไหนก็จะมีสมุดและอุปกรณ์วาดเขียนติดตัวไว้ฆ่าเวลาเสมอ และแม่เราชอบวาดการ์ตูน วาดเด็กผู้หญิงด้วยเราจึงติดวาดภาพคนตามแม่ พอจะเข้ามหาวิทยาลัย เราก็ติววิชาวาดภาพด้วย จึงรู้สึกถนัดกับการวาดภาพ แต่ตอนนี้วาดเป็นงานอดิเรกมากกว่า มาถึงตอนนี้ที่ได้เรียนวารสารศาสตร์ และฝึกงานกองบรรณาธิการนิตยสาร เราพบว่าเราชอบงานออกแบบหน้ากระดาษมาก ชอบทำ InDesign จัดวาง Layout"

ขอขอบคุณสถานที่
Cafe NOW by Propaganda
Town in town ซอย 11

 

 

ขอขอบคุณบทความจาก : http://www.manager.co.th/Marsmag/ViewNews.aspx?NewsID=9590000076908

เพื่อนๆของแฮปปี้โคราชดอทคอม

เสียงสั่งได้ ! ค่ะ จะงานเสียง สื่อทีวี วิทยุ รถแห่ งานวิดีทัศน์ งานอินโฟกราฟฟิค ภาพยนตร์ สื่อออนไลน์ ฯลฯ
รับจัดดอกไม้ ตกแต่งสถานที่ โคราช ปุ้ยดอกไม้สด
Go to top