korat_vehicle

ในช่วงเวลาที่กระแสการขี่จักรยานกำลังติดลมบน บิ๊กไบค์ของเล่นชิ้นใหญ่สำหรับคุณผู้ชายก็มาแรงชนิดไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเบื่อรถติด รถราคาถูกลง หรือเพราะกระแสศิลปินดาราหลายคนที่หันมาเล่นบิ๊กไบค์ล้อโตเท่ๆ แต่ที่แน่ๆ ยอดขายบิ๊กไบค์ในปี พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมาก็เฉียด 1 หมื่นคันทีเดียว ถือว่ามากเป็นประวัติการณ์ แถมยังคาดการณ์กันอีกว่าในปีนี้จะเพิ่มเป็น 1.4 หมื่นคันแน่ๆ โอ้ว... ชักอยากรู้แล้วล่ะสิว่าทำไมเขาถึงฮิตกันได้ขนาดนี้

 

 

บิ๊กไบค์... ไปตามกระแส?

“ส่วนตัวผมว่ากระแสการเล่นบิ๊กไบค์นั้นอาจมาจากหลายๆ ส่วน แต่หลักๆ แล้วคนที่จะเล่นบิ๊กไบค์นั้นมาจากความชอบเป็นหลัก ราคาเป็นเรื่องรอง ดังนั้นคนขี่บิ๊กไบค์จะมี 3 ประเภทคือ 1.ซื้อมาแล้วขี่จริงๆ 2.ซื้อมาขี่เป็นกิจกรรมยามว่าง 3.ซื้อมาโชว์ไว้ที่บ้าน ว่าก็มีบิ๊กไบค์กับเขาเหมือนกัน” ดีเจปอวรฐก์ ปิฎกานนท์ ดีเจหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบิ๊กไบค์ยี่ห้อไทรอัมพ์ถึง 2 รุ่น คือ บอนน์วิลล์ ที 100 และธันเดอร์เบิร์ด ให้ความเห็นเรื่องกระแสคลั่งบิ๊กไบค์ ทั้งบอกอีกว่า ตัวเขาจัดอยู่ในกลุ่มแรกที่ขี่เป็นประจำ โดยทุกวันนี้เขาก็ขี่ไปกลับจากบ้านไปที่ทำงานย่านอารีย์ถึงอโศก

ดีเจปอ บอกว่า บิ๊กไบค์เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่สมัยเรียน ม.ปลาย ที่ออสเตรเลีย จนเรียนจบกลับมาที่เมืองไทยก็ไม่ได้ขี่ เพราะที่บ้านห้ามเอาไว้ด้วยเหตุผลในเรื่องอันตราย กระทั่งโตจนมีวุฒิภาวะ รับผิดชอบตัวเองได้ ถึงเริ่มมีบิ๊กไบค์ตามความคลั่งไคล้มานาน “ทั้งสองรุ่นเป็นบิ๊กไบค์ที่เน้นการขับขี่ทางไกลสบายๆ เครื่องแรง คอนโทรลรถง่าย 2 คันนี้ใช้สลับกันไปทำงาน และออกทริปต่างจังหวัด ส่วนรถเก๋งกลับจอดทิ้งไว้ จนไม่รู้ว่าตอนนี้จะสตาร์ตติดหรือเปล่าด้วยซ้ำ (หัวเราะ)”

สำหรับพระเอกหนุ่มหล่อผิวเข้ม วีวีรภาพ สุภาพไพบูลย์ นักแสดงสังกัดกันตนา เพิ่งเริ่มเล่นบิ๊กไบค์มาได้ไม่นาน เขาให้เหตุผลคล้ายๆ กันก็คือ เล่นเพราะความชอบส่วนตัว “คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ก็มักจะชอบรถเครื่องยนต์กลไก และรูปทรงของรถกันเกือบทุกคนอยู่แล้ว ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เริ่มหามาขี่บ้าง เพราะว่ามีกลุ่มเพื่อนๆ ขี่กันครับ เลยหันมาขี่บ้าง เป็นกิจกรรมยามว่างกับเพื่อนๆ ในกลุ่มอย่างหนึ่ง”

วีรภาพเลือก ดูคาติ เดวิล ที่มีเอกลักษณ์ปราดเปรียว ทรงตัวดีเยี่ยมมาเป็นคู่หูของเขา

korat_vehicle

แล้วบิ๊กไบค์คืออะไร

บิ๊กไบค์ คือ ไส้กรอกขนาดใหญ่ที่มีขายตามร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรือเปล่า? ขำละ ม่ายช่ายซะหน่อย!!! นั่นมัน บิ๊กไบต์ หาก “บิ๊กไบค์” คือชื่อเรียกรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความจุของเครื่องยนต์ตั้งแต่ 250 ซีซี ขึ้นไปจนถึง 2,000 ซีซี ตัวเฟรมรถ ล้อ และยาง จะมีขนาดใหญ่กว่ามอเตอร์ไซค์จ่ายตลาดทั่วไป ซึ่งจะแบ่งคลาสไปตามลักษณะรูปร่างและจุดประสงค์ในการใช้งาน เช่น

เนคเคดไบค์ (Naked Bike) เป็นรถบิ๊กไบค์เปลือยแฟริ่งในส่วนด้านหน้า (เห็นตัวโคมไฟหน้ารถแบบไม่มีที่ครอบ) บิ๊กไบค์ประเภทนี้มีความคล่องตัวสูง ระบายความร้อนออกจากเครื่องยนต์ได้ดี และขับได้แบบสบายๆ

สปอร์ตไบค์ (Sport Bike) คือรถบิ๊กไบค์สำหรับการแข่งขันทางเรียบ ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ความเร็วสูง บางคันสามารถทำความเร็วได้ถึง 300 กม./ชม. รูปร่างสวยงาม น้ำหนักเบาที่สุดในกลุ่มบิ๊กไบค์ ถ้าขับทางไกลคนขับจะรู้สึกเมื่อยล้ามากกว่า

ทัวริงไบค์ (Touring Bike) เป็นบิ๊กไบค์ที่ออกแบบมาสำหรับใช้ในการเดินทางระยะทางไกลๆ มีที่บังลมขนาดใหญ่ สำหรับกันลมและเม็ดฝนปะทะคนขับโดยตรง เป็นบิ๊กไบค์ที่นั่งสบาย ขับทางไกลได้ดีแต่ขับในเมืองค่อนข้างลำบาก

ชอปเปอร์ (Chopper) เป็นบิ๊กไบค์ที่คนไทยรู้จักกันดี รถประเภทนี้จะมีการออกแบบให้มีเบาะอยู่ต่ำกว่ารถบิ๊กไบค์ประเภทอื่น มีแฮนด์สูงใช้ขับทางไกลได้ดี แต่ไม่เหมาะสำหรับการขับในเมืองมากนัก

การเลือกบิ๊กไบค์จึงจำเป็นต้องเลือกจากความชอบและวัตถุประสงค์การใช้งาน เป็นหลักว่าเน้นการขับสบายหรือขับซิ่งเป็นกิจกรรมพิเศษ ก็ราคาบิ๊กไบค์คันหนึ่งก็ไม่ใช่ถูกๆ แถมค่าซ่อมบำรุงรถยังแปรผันไปตามขนาดเครื่องยนต์ที่ใช้อีกด้วย

korat_vehicle

ขี่บิ๊กไบค์ดีตรงไหน

วรฐก์ เล่าความรู้สึกเวลาที่ได้ขี่บิ๊กไบค์ว่า เราได้สัมผัสธรรมชาติและสิ่งรอบข้างอย่างเต็มที่ ชนิดที่การขับรถเก๋งหรือขี่จักรยานก็ให้เราไม่ได้ เมื่อยามที่เราขับผ่านป่าที่เชียงใหม่ มีสายลม แสงแดดอ่อน และไอหมอกยามเช้า ผมพูดกับตัวเองว่า “ธรรมชาติเมืองไทยทำไมสวยขนาดนี้” เหมือนกับว่าเราได้เก็บบรรยากาศทุกอณู เรารับรู้ได้หมด ภาพทางที่มองไปข้างหน้ามันยิ่งใหญ่มาก ถ้าผมขับรถสปอร์ต สมาธิผมก็จะต้องจดจ่ออยู่กับถนนมากกว่า ถ้าขี่จักรยานความเหนื่อยจะมาลดทอนความสุขจากธรรมชาติรอบข้าง แต่บิ๊กไบค์ที่ผมขี่เป็นแบบทัวริง เน้นขับไม่เร็ว นั่งสบายๆ เรื่อยๆ จึงซึมซับความสุขจากการขับผ่านธรรมชาติได้ดีกว่า สถานที่ที่ผมชอบไปก็คือเขาใหญ่ และจังหวัดทางภาคเหนือ

เวลาที่ผมมีแผนจะขี่กับเพื่อนๆ ในกลุ่มจะใช้บริการส่งรถแทนการขี่ทางไกลยาวๆ รวดเดียว ผมแค่นั่งเครื่องบินหรือรถไฟ แล้วนัดจุดรับรถที่เรากำหนดและค่อยขับไปเที่ยวต่อ จะทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อย และมีความสุขกับการขี่รถเที่ยวมากกว่า

“สำหรับผมแล้ว การขับบิ๊กไบค์ของผมเน้นขับปลอดภัยมากกว่า คิดว่าเราได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้วมีความสุข ขี่แล้วรู้สึกสนุก แต่เราก็ต้องมีสติและความชัวร์ในการขี่ตลอดเวลา ไม่โล่งจริงจะไม่เสี่ยงเด็ดขาด เพราะในช่วงชีวิตหนึ่งเราคงขี่บิ๊กไบค์ไม่ได้ตลอด พอแก่ตัวก็ต้องเลิกขี่ไปเอง” วีรภาพ บอกกับเราอย่างนั้น ซึ่งก็จริงของเขาเพราะแก่ตัวไปถ้าไม่แข็งแรงจริงๆ ก็คงขี่บิ๊กไบค์ไม่ไหว

ว้าว ขี่บิ๊กไบค์มันดีอย่างนี้เอง แต่อยากจะบอกไว้อย่างหนึ่งก็คือ หากซื้อมาแล้วขี่โดยไม่คำนึงความปลอดภัย ขับในเส้นทางที่ห้ามขับ รวมกลุ่มซิ่งในยามวิกาล ไม่ว่าจะเป็นบิ๊กไบค์หรือมอเตอร์ไซค์จ่ายตลาดก็แว้นดีๆ นี่เอง

korat_vehicle

ทำไง... อยากจะมีบิ๊กไบค์สักคัน

1.เลือกซื้อจากสไตล์การขี่ที่ชอบ

หากคุณชอบความเร็วและความท้าทาย คุณอาจเลือกรถสปอร์ตที่ออกแบบมาเน้นการขับความเร็วสูง แต่ถ้าชอบขี่สบายๆ เน้นท่องเที่ยว คุณอาจชอบแนวชอปเปอร์ หรือครุยเซอร์ สำหรับการขี่ทางไกลน่าจะเหมาะกว่า

2.เข้ากลุ่มเรียนขี่รถบิ๊กไบค์อย่างถูกต้อง

การขับขี่รถแต่ละประเภท ต้องมีการเรียนรู้การขับขี่อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะรถบิ๊กไบค์ที่ต้องใช้เทคนิคการควบคุมรถที่มีน้ำหนักหลายร้อย กิโลกรัมให้เบรก หรือผ่านโค้งแต่ละแบบได้อย่างปลอดภัย อาจขอเข้าร่วมกลุ่มกับเพื่อนในคลับตามเว็บไซต์ที่มีการจัดทริปเที่ยวสั้นๆ เพื่อขอความช่วยเหลือในการขับรถอย่างปลอดภัย

3.หาซื้อเครื่องป้องกันอย่างดี

ถุงมือ การ์ดแข้ง การ์ดเข่า หมวกกันน็อก เสื้อหนัง กางเกงขับรถ คือเครื่องป้องกันที่ควรลงทุน เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

4.ศึกษาเส้นทางวิ่ง

หลายๆ เส้นทางในกรุงเทพฯ จะมีจุดที่มอเตอร์ไซค์ไม่สามารถเข้าไปวิ่งได้ จึงควรศึกษาเส้นทางก่อนขับให้ดีเพื่อเลี่ยงการขับรถผิดกฎจราจร

5.สิ่งที่ควรรู้

การเก็บอัตราภาษีใหม่เมื่อปลายปี พ.ศ. 2555 กำหนดให้รถจักรยานยนต์ที่มีปริมาตรความจุกระบอกสูบไม่เกิน 150 ซีซี จัดเก็บภาษีในอัตรา 3% ความจุ 150-500 ซีซี จัดเก็บ 5% ความจุ 500-1,000 ซีซี จัดเก็บ 10% และความจุ 1,000 ซีซี ขึ้นไป จัดเก็บ 20% ทำให้กลุ่มรถบิ๊กไบค์มีราคาปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ 4,000 บาทไปจนถึง 1.2 แสนบาท และปัจจุบันมีรถบิ๊กไบค์ที่ไม่เสียภาษีสรรพสามิตจำนวนหลายหมื่นคัน ดังนั้นจึงควรซื้อจากศูนย์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของแต่ละยี่ห้อโดยตรง เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเสียภาษีสรรพสามิตชิ้นส่วนย้อนหลังบวกกับค่าปรับ อีกอาน

7.ค่าซ่อมบำรุง ซีซียิ่งสูง ค่าอะไหล่ยิ่งแพง

รถเครื่อง 600 ซีซี ขึ้นไป ค่ายางตกคู่ละประมาณ 1.1–1.4 หมื่นบาท โซ่สเตอร์ชุดละ 6,000 บาท กระจกมองข้างคู่ละ 3,000 บาท นอกจากบิ๊กไบค์ราคาจะเท่าๆ กับรถเก๋งระดับกลางดีๆ 1 คันแล้ว ราคาอะไหล่และค่าซ่อมบางรายการยังพอๆ กันอีกด้วย หากใจไม่รักจริงๆ มีหวังกลับไปขี่เวฟเหมือนเดิมดีกว่า (ฮ่าๆ)

 

ที่มา:http://www.posttoday.com/%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B9%8C/%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%9F%E0%B9%8C/204425/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B9%8A%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B9%8C-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88

 

Go to top