หลายคนอาจสงสัย เรื่องที่ผมจะเล่าเป็นหนังชีวิตย้อนยุค รึเปล่าน้า...มันก็ไม่แน่หรอกครับ

ก็แค่บทความกากๆ อ้างตามจดหมายเหตุ สิ่งที่ร่วงผ่าน สีจางๆ จากใจคน (ขอขอบพระคุณ ข้อมูลที่ได้หยิบมานำเสนอ) อาจเขียนสะกิด โดนสะเกล็ดใครไปบ้าง ก็ “ขออภัย” (หากแต่ความเป็นจริงมิได้ถูกบิดเบือน)

จากคนไร้จุดยืน บทความที่ 16 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

T251

8 ธันวาคม  พุทธศักราช 2484 ประเทศญี่ปุ่น ขณะนั้นเป็นสุดยอดมหาอำนาจเอเชีย หลังจาก ”โซ๊ยจีน” (ขอใช้เป็นคำสแลงแทนคำว่า “กิน” ในภาษาจีน) มาจนเกิดความมั่นใจ ว่ากูนี้แหละ “ผู้ยิ่งใหญ่”

แข็งแกร่งสุดๆ ในชุดผ้าเตี่ยวสีขาว (เปื้อนเลือดกำเดา หนึ่งแมะ) คิดจะรวมแผ่นดินสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ (คิดว่าจะทำให้ได้เยอะกว่า (ท่าน “เจงกิสข่าน” แห่งจักรวรรดิมองโกล) ในอดีต ญี่ปุ่นจึงเริ่ม

ก่อหวอด ด้วยการเปิดฉาก "สงครามมหาเอเซียบูรพา"  The Greater East Asia War หรือที่พวก “ฝรั่ง” หัวแดง มักเรียกว่า สงครามภาคพื้นแปซิฟิค  Pacific War เราซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ รักความสงบ (แต่ถึงรบไม่ขลาด) “ประเทศสยาม” ไม่สามารถหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ แม้ว่าท่านผู้นำที่องอาจ จะได้ประกาศจุด "เขย่งยืน" โชว์ความเป็นกลางแล้วก็ตาม แต่ไม่อาจไปสะกิดต่อมสำนึก

ของ “กองทัพญี่ปุ่น” ไม่ให้เดินผ่านประเทศสยาม เหตุด้วยเลือดขึ้นหน้า บ้าพลังสุดฤทธิ์ เพียงเพื่อมุ่งไปข้างหน้า โจมตีประเทศเป้าหมาย ที่ตนคิดว่าไม่ใช่พวกก็เหมาเอาเองว่าเป็นศัตรูทั้งหมดของญี่ปุ่น 

(เราจะเทียบเท่าสหราชอาณาจักร "อังกฤษ" ให้จงได้) คณะผู้จัดการประเทศสยาม ในขณะนั้น ก็รู้อยู่แก่ใจในเรื่องนี้อยู่แล้ว ท่านจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี 

อันดับ 3 กินควบตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ขอความเห็น “รัฐมนตรี” คนสนิท สั่งได้ดั่งใจ (เพียงบางนาย) ซึ่งรับผิดชอบในการทหาร รวมถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินของเช้าวันที่8 ธันวาคม 2484 เราทั้งหลาย “สู้ไหวหรือไม่ เสียงที่ตอบกลับอย่างพร้อมเพียง และหนักแน่ของชายชาติทหาร (คำตอบที่ได้นั้น) เป็นเพียงเสียงอ่อยๆ ว่า“สู้ไม่ไหวจริงๆ ครับ” แกร่งสุดๆ ไปเลย (โงกุน) “ไม่สบาย ครับผม” ยอมให้เขาผ่านเถอะครับ นึกถึงแม่ค้า พ่อขาย ก่อนเถอะ ถนนหนทางบ้านเราเดี่ยวนี้ลาดยางอย่างดี นโยบายนี้ ใช้งบประมาณมหาศาล ได้ทำการปรับปรุงเสร็จแล้วหลายสาย อย่างต่อเนื่อง รับรองไม่สึกหรอง่ายๆ หรอกครับผม คุณ รมต. ทางถนนยางมะตอย (รับประทาน เอ่ย) รับประกันได้...หมดจดเลยครับ พี่ น้อง

ทั้งหมด ทั้งมวล ที่กล่าวมา เป็นเพียงประวัติศาสตร์ อีกหนึ่งบทเรียน ที่น่าจดจำ อย่างน้อยคนไทยส่วนหนึ่งยังใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษาค้นคว้า หาข้อผิดพลาดจากอดีต เป็นบทเรียนเพื่อดำเนินชีวิต และวิถีทางปกครองบ้าน (ไม่ได้พูดถึงเมือง) และอีกหลายคน น้อยนักที่จะสนใจเรื่องราวที่ไกลตัวเอง (ไม่ใช่เรื่องของตน) ความเป็นจริง ที่เราคนไทยในวันนี้ จะรู้หรือเปล่าว่า “บรรพบุรุษ” ของเรา อาจเป็นข้าราชการที่ดี เป็นชาวบ้านผู้มีใจรักบ้าน รักเมืองเกิด ต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง

พวกเราคนไทยในวันนี้ เข้าใจความเป็นจริง ของเรื่องราว “สงครามมหาเอเชียบูรพา”  ก็แค่นิทานก่อนนอนที่คุณปู่ คุณย่า เล่าให้ฟังก่อนนอน และในอนาคตเร็วๆ นี้ อาจมีคนนำไปสร้างเป็นเกมส์ต่อสู้ขั้นเทพฯ ออนไลน์ ในคอมพิวเตอร์ แล้วไอ้ที่นั่งๆ หัวดำ หัวขาวนี่ละ จะซาบซึ้งใจเพียงแค่ นั่งดู “โกโบต้า ฟาดอังสุมานทาง” ในหนังย้อนยุคเท่านั้นเองรึ ป่วยแน่ๆ ลูกหลาน “ดูก็ดี ฟังก็ดี อ่านก็ดี”

ต้องเลือกสิ่งสุดๆ ของดี ให้กับตัวเองนะครับ โตๆ กันแล้ว

LOGO Duck Head

Go to top