บทแห่งวิถีทาง แสง และเงา บทที่ 32 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

T269

“จันทร์ฉาย” เส้นทางของลูกผู้ชาย คนธรรมดา บนวิบากแห่งชีวิต มุ่งไปข้างหน้าไม่หันกลับ ชีวิตคนหลายๆ คน ย่อมไม่ได้เกิดมา “สว่างดั่งตะวันยามเช้า” ที่พร้อมจะมอบคุณค่าดั่งใจหวังอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่เป็นเพียง “แสงนวลจันทร์” อันอบอุ่นใจ ส่องนำทางยามค่ำคืน บนหนทางที่มืดมล ให้ผู้หลงเดินบนเส้นทางมืดมิด กลับพบแสงแห่งความหวัง นำทางผู้แสวงหาสัจจะ เป็นเพื่อนร่วมทางอันยาวไกลไร้ซึ่งจุดหมาย หาความจริงบนโลกกว้างโดยรำพัง เพียงสักวันได้หยุดยืนหันกลับไป มองสิ่งที่ส่วนทาง สิ่งที่ผ่านมา ดั่งม้านหมอกสีเทาจางๆ บดบัง ก่อนจะเริ่มแสงของวันใหม่ เป็นความหวังอันไม่ไกล ที่จะย้อนกลับไปยังจุดเริ่ม “วัฏวน” แห่งชีวิต ในวิถี “คนกล้า” แม้นว่าสองมือไม่ได้ถือชัยชนะ เป็นรางวัล

ล้มแล้วลุก มืดมลบนเส้นทาง สองมือกร้านหยาบเต็มไปด้วยแผล ดวงตาทั้งสองเพ็งมองในความมืดมิดที่เลือนราง ใจหวังพึ่งเพียงสองมือคลำทางในความมืด ไปเรื่อยๆ ก่อน หากยังไม่เห็นแสง ใจมันยังคงสั่นเทา เหมือนลูกนกพลัดตกรัง และที่ตรงนั้นมันมีแมวตัวใหญ่ คอยขัดขวาง คอยทำร้าย หวังราญชีวิตเราให้บรรลัย ด้วยใจหวาดหวั่นกับความมืด เงียบไร้แม้นเสียงลมพัดรอบตัว มีเพียงเสียงเจ้าแมวยังตามติดไม่ห่าง อยู่ใกล้ๆ นี้ละ หากเผลอเมื่อใดเป็นเสร็จมันแน่ เราจะร้อง หรือขอ แล้วจะขออะไร ขอจากใคร ในเมื่อทุกคนที่ผ่านบนเส้นทางนี้ไม่มีความต่างอะไรกับเราเลย หากยิ่งมีอาการสาหัสกว่าด้วยซ้ำ ย้อนกลับเข้ามาในใจตน กลับเข้ามาแล้วก็กลับออกไป ทำซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น นานพอควร ในเมื่อยังไม่รู้ความต้องการของใจจริงๆ สักที หยุดก่อนตอนนี้ดีไหม พักในความมืดตรงนั้น ตรงที่ฝูงชนนั่งกันอย่างหมดอาลัย ทอดกายลงพื้นอันเย็นเฉียบ ในความมืดที่ชื้นแฉะ เต็มไปด้วยปฏิกูล ส่งกลิ่นเหม็นเน่า ตลบไปทั่วบริเวณรอบๆ กาย ของพวกเขาเหล่านั้น มองลึกลงในความสลัว ขมุกขมัวนั้น มีบางคนแสยะยิ้ม ตาเบิกโพลงแดงกล่ำ กัดกินเนื้อเน่าของตนอย่างหิวกระหาย ไม่ต่างจากสุนัขไน รุมทึ้งซากศพหรือสัตว์พวกแย่งกันกินเศษอาหารที่คนเขา สำรอกออกมา อย่างเมามันในคุณค่ากับสิ่งที่ได้รับ ของความหยาบ ในสันดานมนุษย์อุบัติผยอง มองไปให้เกิดสังเวชใจนัก ภายในใจอุบัติความคิดที่วุ่นวายสับสน สิ่งที่เห็นมันจะเป็นอยู่เช่นนี้หรือ หนทางที่ไร้แสง มวลสารที่ก่อรูปขึ้นในลักษณะต่างๆ หาความต้องการเพียงเพื่อ ให้ชีวิตได้ดำรงอยู่ แค่นี้นะหรือ ในห้วงคิดคำนึง ที่กัดกร่อนจิตใจ กัดกินจิตวิญญาณของตน ขณะดวงตามองผ่านกลุ่มความมืดเบื้องหน้า จิตเริ่มปล่อยวาง ส่วนลึกของภายใน แสดงความปรารถนาดี แม้เพียงน้อยนิด ทันใดนั้นเอง กับพบว่ามีความอบอุ่นค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาจากภายในจิตใจของเรา ก่อเกิดเป็นแสงสว่างเรืองๆ แม้นจะไม่มีกำลังพอที่จะขยายความมืดออกไป แค่เพียงแสงริบหรี่ ดั่งแสงหิ่งห้อย ในคืนที่มืดมิด เพียงพอแล้วกับความหวังในใจผู้หลงทาง หากพลังงานนั้นยังคงสภาพอยู่เช่นนี้ อีกไม่นานนักคงเปลี่ยนแปลงได้ คล้ายแสงจันทร์ ขจัดความมืดในใจ ส่องแสงแห่งความหวัง ลงพื้นให้คนได้มองเห็น บนเส้นทางชีวิตแสนยาวไกล นำพามวลกลุ่มธาตุ ที่ต้องเดินเผชิญความมืดบอดเพียงลำพัง ได้มีหวังดั่ง ”จันทร์ฉาย” ส่องนำทาง

LOGO Duck Head

Go to top