มะนาวไม่หวานบ้างก็แล้วไป  "มะส้ม" ในยุคสมัยหลังนํ้าท่วมหลาก "บางมด" ส้มก็หมดความหวานเสียแล้ว

บทสนทนาที่ไม่ตั้งใจให้ถึง 56 โดย ไอ้หัวเป็ด โคราช

T2834

          "ส้ม" บางมดหมดเสียแล้ว ขณะไร้รสสัมผัสลิ้น ยากที่จะได้ลิ้มรองรสหวานแบบเดิมๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคน "ไม่จริง" อย่าว่าธรรมชาติเขานะพวก "มะส้ม" มันถือกำเนิดขึ้นเหมือน "เอ็กเมน" พวกมนุษย์กลายพันธุ์ แต่มันคือ "มะส้มพืชกลายพันธุ์" ต้องเรียกมันยังงั้น เมื่อประชากรของโลก "ขี้ไม่ออก" แต่พยายามเลี่ยง และกังวลในความเสี่ยงที่มีต่อ "ยาระบายท้อง" ที่ถือกำเนิดขึ้นทุกๆ ชาติพันธุ์ แบ่งขายเป็นกิ๊ฟเซต ภายในร้านขายยาหมอแป๊ะ

หลากหลายยี่ห่อมีให้เลือก แต่ค่านิยมในใจหมายเลขหนึ่งยังคงเป็น "พืช ผัก ผลไม้" ของแท้ดั่งเดิม ซึ่งทุกวันนี้แพงมากๆ พยามเร่งโต เร่งผล ตัดแต่งพันธ์ทดแทนสิ่งที่ขาดหายไป (แต่ก็ยังแพงมากๆ เช่นเดิม) นี้ก็เพื่อสุขภาพของตนเองเสมอลึ่ม และมันก็เป็นหนทางที่ถูกต้อง ที่มนุษย์ผู้ "ผูก" ไม่ขาดประจำทุกๆ วัน ยังมีสิทธิ์เลือกสรรหารับทานกันได้ ถึงแม้ว่าจะมีราคาค่อนข้างสูง (แต่ยังพอที่จะอดทนซื่อได้อยู่) หาก "มะนั้น มะนี่" มาจากการปกป้องของเกษตรกร ที่มี "จิตใจรักชีวิต" ไม่อยากเห็น และให้ใครๆ รอบๆ แผงขายผลไม้ต้องมาผจญกับ "สารพิษปนเปื้อน" ด้วยสำนึกดีต่อสิ่งแวดล้อม และชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน (อันนี้อนุโมทนาด้วย)

           ที่ว่าพืชกลายพันธุ์อย่าง "มะส้ม" มันเกิดมามีคุณลักษณะที่แตกต่างกันไป ตามคุณภาพของ "ราคา" ที่กำหนด มีตั้งแต่ เป็นไตแข็งด้านๆ แบบจืดอมเฝื่อนๆ ทำให้ลิ้นมีอาการชาๆ (เปลือกเขียวคล้ายบางมดเดิม) อีกสายพันธุ์มาจากจีน มันก็คล้ายมะส้มสายนํ้า "Bee" ที่เคยฮิตในบ้านเราในสมัยหนึ่ง มีรสชาด "อมเปี้ยว อมหวาน" ต้อนนี้ "มะส้มจีน" ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกของผู้คน  แต่ผลผลิตมันก็ดูจะห่างๆ ยังไม่เพียงพอ แล้วก็ยังมีไอ้แบบลูกเขียวขี้ม้าเล็ก มีรสเกือบพอดีกับมะนาว คงเคยรับทานกันนะครับ (ทนกินได้ก็เก่ง) ไอ้เรื่องขี้ไม่ออกไม่ต้องพูดถึงเลย ทั้งนี้นะครับท่าน จะเลือกหา เลือกซื้อก็ดูดีๆ ไม่งั้นละก็จะเสียอารมณ์ เสียเงินทิ้งไปเปล่าๆ ท้องมันก็ยังผูก ไม่ยอมขาด ทุกๆ เช้าเช่นเคยๆ รีบหารับทานกันเสียก่อน เทศกาลไหว้เจ้า นั้นๆ นี่ๆ จะวนเวียนมาถึงยังโลกมนุษย์อีกครั้ง  แต่อย่างน้อยๆ การกินผลไม้ดีๆ ซักลูก ก็คงเรียกได้ไหมว่า "เพื่อสุขภาพ" ชัยโยประเทศไทย

LOGO Duck Head

Go to top