r  Ronaldo : ''I'm feeling sad'' ประโยคนี้ เกิดขึ้นหลังเกมที่ เรอัล มาดริด เปิดบ้านถล่ม กรานาด้า 3-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน

 

 

 

 โดยเป็นการให้สัมภาษณ์หลังเกมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจากที่เขาซัดคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้ แต่ไม่เเสดงอาการดีใจออกมา
ทำให้ คำสัมภาษณ์นี้ เล่นเอาแฟนบอลทั่วโลกต่างงง และวุ่นวายกันใหญ่ทีเดียว ว่า "เจ้าโด้" เป็นอะไรไป หรือเกิดอะไรขึ้นในทีม "ราชันชุดขาว"

และเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น นักข่าวต่างวิ่งวุ่นสัมภาษณ์หาข่าวกันยกใหญ่ โดยได้สาเหตุมาต่างๆ นานา ทั้งเรื่องเงิน, เรื่องที่สโมสรไม่ยอมสนับสนุนเขา และเรื่องรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมยุโรปที่ อันเดรียส อินเนียสต้า ได้ไปครอง
โดยที่เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้ความจริงทั้งนั้น ว่าเกิดอะไรขึ้น ขนาดเพื่อนร่วมทีมอย่าง คาริม เบนเซม่า หรือผู้จัดการทีม โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ยังไม่รู้เลย ดังนั้นคงมีแต่ สตาร์ดังชาวโปรตุกีส เท่านั้นแหละที่รู้อยู่แก่ใจ

r
จากนั้นพอขุดคุ้ยสาเหตุเสร็จก็หนีไม่พ้นการเอาใยแมงมุมไปพันใส่ ตัว โรนัลโด้ เพื่อโยงใยข่าวการย้ายทีมให้ และรายชื่อที่โผ่ลเข้ามาก็ไม่พ้น 3 สโมสรมหาเศรษฐีแห่งยุโรป อย่าง แมนฯ ซิตี้, เชลซี และ ปารีส เเซงต์-เเชร์กแมง รวมไปถึงสโมสรเก่า แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย

ซึ่งในรายของ "เรือใบสีฟ้า" นี่ดูจะเอาจริงเอาจังเป็นพิเศษ ในการอยากกระชากตัว "เจ็ทโด้" มาร่วมทีม ถึงขั้นพร้อมทุบคลัง 158 ล้านปอนด์ (ราว 7,900 ล้านบาท) ไปสู่ขอเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็โดน "ราชันชุดขาว" ปฏิเสธกลับมา
e

และแม้ว่าขณะนี้เรื่องราวของ โรนัลโด้ จะผ่านมาแล้ว 1 สัปดาห์พอดี แต่ข่าวคราวของ ปีกวัย 27 ปี  ก็ยังมีมาเรื่อยๆ ซึ่งกรณีต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็น่าสนใจทั้งนั้น โดยเฉพาะกับ สาวก "ปีศาจแดง" เเมนเชสตอร์ ยูไนเต็ด ที่แอบเชียร์ให้อดีตแข้งเก่า ย้ายกลับมาสู่รั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอีกครั้ง
ยิ่งล่าสุดมีข่าวออกมาว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ของทีม ต้องการอยากดึงตัวอดีตเด็กปั้นของเขากลับมาส่วมร่าง "อสูรแดง" อีกครั้ง ถึงขั้นเตรียมเข้าไปเจรจากับตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของสโมสรว่าให้ทำทุกวิถีทางเพื่อสอย โรนัลโด้ กลับมา ยิ่งทำให้เหล่าแฟน "ผีแดง" จินตนาการกันไปใหญ่
เพราะถ้าหาก "เจ้าโด้" ย้ายกลับมาจริง มันจะเป็นการมาผสานงานร่วมกันของ "ทริปเปิ้ล อาร์" รูน-โรบิน-โรนัลโด้ ซึ่งแค่คิดก็สยองแนวรับฝั่งตรงข้ามแล้ว เนื่องจากแต่ละคนสถิติการถล่มประตูสูงปริ๊ด การันตี 20 ตุงขึ้นไปทั้งนั้น
r

และถ้าหากใครยังจำได้ คำว่า "ทริปเปิ้ล อาร์" นี่การันตีความโหดนะครับ เพราะย้อนไปปี 2002 ทีมชาติบราซิลก็มี "3 อาร์" เหมือนกัน คือ โรนัลโด้-โรนันดินโญ่-ริวัลโด้ ซึ่งในปีนั้นบราซิลก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ ที่ประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกัน
ส่วนสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ดจะถือเป็นการกลับมาของ 3R อีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีมาแล้วในยุค รูนี่ย์-โรนัลโด้-รุด ฟาน นิลเตลรอย แต่ตอนนั้นต้องยอมรับว่าแต่ละคนยังไม่พีคเท่านี้ และลองคิดดูก็น่าเเปลกนะครับ มันเหมือนกันเลยถ้า โด้ กลับมา เพราะมันจะเป็น ทีมชาติอังกฤษ-ทีมชาติโปรตุเกส-ทีมชาติฮอลเเลนด์ ที่เป็นสามผสานแนวรุกในโรงละครแห่งความฝัน
แต่อย่างว่านะครับพอคิดไปคิดมามันก็อาจได้แค่ "คิด" เท่านั้น สำหรับแฟนๆ "ปีศาจแดง" เพราะเท่าที่ผมจำได้ ป๋าเฟอร์กี้ ไม่เคยดึงตัวนักเตะเก่าที่ตัวเองขายทิ้งไปแล้ว กลับมาเลย

f
หรือถ้าจะกลับมาจริง ๆ ก็คงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ดจะยอมทุ่มเงินซื้อกลับมาหรือ? บวกค่าเหนื่อยที่มหาศาลอีก, ท่านเซอร์จะจัดทีมอย่างไร?, เล่นแผนไหน?, ระบบทีมจะเสียไหม?, รวมถึงเบอร์ 7 ที่มอบให้ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ไปแล้วจะต้องคืนให้ โรนัลโด้ ด้วยหรือไม่?
ทว่าคำถามเหล่านี้ เชื่อว่าแฟนๆ "ปีศาจแดง" คงไม่สนใจหรอกว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ขอแค่ เจ้าโด้ กลับมาก็ดีใจสุดๆ แล้ว เพราะคงอยากเห็นความซุปเปอร์โหดของทีมเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น
   ดีไม่ดีตอนนี้อาจมีหลายๆ คนไปย้ายตัว โรนัลโด้ มาไว้ในทีมแมนฯ ยูของเกม Winning Eleven, Pro Evolution Soccer หรือ FiFa แล้วก็ได้  เพื่อทดลองความโหด
f

ส่วนคู่แข่งก็อาจมีอาการผวาเหมือนกัน ถ้า "ทริปเปิ้ล อาร์" เกิดขึ้นจริง 
ทำให้ ณ ตอนนี้คงไม่มีกระแสไหนมาเเรงไปกว่าอนาคตของ เจ็ทโด้ แล้ว ว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไรต่อไป จะอยู่ที่เดิม, ย้ายไปสโมสรอื่น หรือย้ายกลับทีมเก่า เพราะในปัจจุบันอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นในโลกของฟุตบอล  
โดยเฉพาะเมื่อมีอำนาจเงินเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย   

*วันเดอร์คิด

 

ที่มาจาก: http://www.siamsport.co.th/Column/120910_207.html

Go to top