่j    ข่าวดีสำหรับแฟนบอลอาร์เซน่อล เมื่อ แจ็ค วิลเชียร์ กลับมาลงซ้อมได้แล้ว หลังจากที่หายหน้าหายตาไปนานกว่า 14 เดือน
แต่ข่าวร้ายคือ แม้แต่นายใหญ่ของทีมปืนโต อย่าง อาร์เเซน เวนเกอร์ ยังไม่แน่ใจว่า มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 20 จะสามารถกลับมาเล่นฟุตบอล ได้เหมือนเดิมอีกหรือไม่ ?    นับเป็นเวลานานร่วมปีกว่า ที่วิลเชียร์มิดฟิลด์ดาวรุ่งอนาคตไกลของวงการลูกหนังเมืองผู้ดี ต้องหยุดพักรักษาตัวไป หลังจากที่เจ้าตัวบาดเจ็บหนัก ทั้งที่ข้อเท้า และหัวเข่า จนต้องเข้ารับการผ่าตัดไปหลายครั้ง

แต่ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามิดฟิลด์ดาวรุ่ง ได้กลับมาปรากฏกายในสนามซ้อมอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นข่าวดีสำหรับสาวกทีมปืนใหญ่ทั้งหลาย

การที่วิลเชียร์สามารถเอาชนะอาการบาดเจ็บ จนกลับมาลงซ้อมได้อีกครั้ง ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้เป็นกุนซืออย่างเวนเกอร์อย่างมาก พร้อมกับได้ออกมากล่าวชื่นชมหัวจิตหัวใจของลูกทีมรายนี้
d
''การที่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ต้องหยุดพักแข้งไปนานถึง 14 เดือน ถือว่าเป็นการทดสอบสภาพจิตใจของเขาได้เป็นอย่างดี'' กุนซือทีมปืนใหญ่ กล่าว

''ดังนั้นจึงสามารถพูดได้เลยว่า สภาพหัวจิตหัวใจของเด็กคนนี้ยอดเยี่ยมเอามากๆ''

''ต้องไม่ลืมว่า เขาไม่เพียงแค่ต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อเท้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่าเขายังต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวเข่าไปพร้อมๆ กันอีกด้วย แต่ว่าเขาสามารถรับกับสภาพที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี''

''ที่ผ่านมาผมหวังที่จะให้เขากลับมาลงสนามให้ได้อีกครั้งมาโดย ตลอด เพราะว่าเขาเพิ่งจะมีอายุเพียงแค่ 20 เท่านั้น ผมจึงมีความหวังมาโดยตลอด''

''อย่างไรก็ตาม ผมไม่ใช่แพทย์ ผมจึงไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บของเขานั้น หนักหนาสาหัสเพียงใด แต่ผมก็ไม่เคยทิ้งความหวัง ซึ่งแน่นอนว่าตัวของเขาเอง ก็ไม่เคยที่จะหมดหวังด้วยเช่นกัน''

''แจ็คสามารถรักษาระดับของความเชื่อมั่นได้ดีอยู่เสมอ ดังนั้นผมจึงมีความเชื่อมั่นว่า ถ้าหากว่าเขาสามารถผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้ เขาจะต้องมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน''

เวนเกอร์พูดถึงลูกทีมของเขาต่อไปว่า

''ในช่วงที่ต้องพักรักษาอาการบาดเจ็บ แจ็คต้องเจอะเจอกับเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย ซึ่งมีทั้งร้ายและดี''

''แน่นอนว่าใครที่ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ ย่อมต้องมีความรู้สึกที่ย่ำแย่กันบ้าง แต่ว่าเขาก็สามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี''

''โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับในช่วงสามเดือนหลังสุด เขาดูจะมีความมุ่งมั่นเป็นพิเศษ และดูจะทุ่มเทมากขึ้นทุกๆ วัน''

''แจ็คจะตื่นแต่เช้า เพื่อมาทำกายภาพบำบัด และเขาก็จะอยู่ที่นั่นตลอดทั้งวัน ซึ่งตอนนี้เขาก็ได้รับรางวัลของความเพียรพยายามนั้นแล้ว''
j
แม้ว่าวิลเชียร์จะสามารถกลับมาลงซ้อมได้แล้ว แต่เวนเกอร์เองก็ยอมรับว่า ลูกทีมของเขาคนนี้ ยังมีอนาคตบนเส้นทางสายลูกหนังที่ไม่แน่นอน

โดยสิ่งที่กุนซือทีมปืนใหญ่สามารถทำได้ในเวลานี้คือ จะต้องรอจนแน่ใจเสียก่อนว่า มิดฟิลด์ดาวรุ่งของเขา จะมีสภาพร่างกายกลับมาสมบูรณ์เต็มร้อยเสียก่อน จึงจะให้โอกาสกับลูกทีมของเขาคนนี้ ได้ลงไปสัมผัสเกมในสนามอีกครั้ง

''วิลเชียร์คงจะเข้ามาสู่ทีมชุดใหญ่ของเราแบบช้าๆ โดยตอนนี้ผมคงจะต้องให้เขาทดลองเล่นกับทีมสำรองไปก่อน''

''สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ คือติดตามดูผลในการลงฝึกซ้อมของเขา ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร''

''เราจะคอยให้กำลังใจเขา และดูแลเขาอย่างใกล้ชิด พร้อมกับต้องคอยระมัดระวังอย่างเต็มที่ เพราะต้องไม่ลืมว่า เด็กคนนี้ร้างสนามไปนานถึง 14 เดือนเต็มๆ ดังนั้นเราจึงต้องค่อยๆ ให้เขาเรียกสภาพความฟิตกลับคืนมาแบบช้าๆ''

''ถ้าดูจากผลการซ้อมที่ออกมาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมว่าเขามีร่างกายที่ดีขึ้นมากแล้ว และน่าจะพร้อมสำหรับการลงเล่นในเกมการซ้อม แต่ว่าสำหรับแมตช์แข่งขันจริง คงจะต้องรอไปอีกสักระยะ''

วิลเชียร์ได้ชื่อว่าเป็นดาวรุ่ง ที่มีอนาคตไกลคนหนึ่งของวงการลูกหนังเมืองผู้ดี หลังจากที่แจ้งเกิดขึ้นมากับอาร์เซน่อลเมื่อสองปีก่อน ถึงขึ้นถูกเรียกตัวเข้าไปติดทีมชาติชุดใหญ่กันเลยทีเดียว
j
มิดฟิลด์รายนี้เริ่มต้นค้าแข้งกับลูตัน ในปี 2001 ก่อนที่จะได้ย้ายเข้ามาอยู่กับอะคาเดมี่ ของอาร์เซน่อล ในปีเดียวกัน

ปี 2008 เขาได้รับโอกาสให้ลงประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อลเป็นครั้งแรก ด้วยวัยเพียงแค่ 16 เท่านั้น ซึ่งถือเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ที่ได้ลงเล่นในเกมบอลลีก

เพียงแค่ฤดูกาลแรก เขาก็กลายเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการลูกหนังอังกฤษไปทันที และได้รับเลือกให้เป็นนักเตะดางรุ่งยอดเยี่ยมประจำปี ของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ และยังได้ติดอยู่ในทีมยอดเยี่ยมประจำปีของสถาบันเดียวกันอีกด้วย

ในช่วงฤดูกาล 2010-11 วิลเชียร์กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมปืนใหญ่แบบเต็มตัว และส่งผลทำให้เขาได้รับการเรียกตัวให้เข้าไปติดทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งมี ฟาบิโอ คาเปลโล่ เป็นผู้จัดการทีมชาติอยู่ในเวลานั้น

วิลเชียร์ถูกคาเปลโล่เรียกตัวเข้าไปติดทีมชาติครั้งแรกในวันที่ 11 สิงหาคม 2010 ในเกมกระชับมิตรกับฮังการี และเขาก็ได้รับโอกาสให้ลงประเดิมสนามในเกมดังกล่าว ด้วยการถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในนาทีที่ 83
jw
การประเดิมสนามกับทีมชาติในเกมดังกล่าว ทำให้เขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดเป็นลำดับที่ 10 ที่ได้ลงเล่นให้กับอังกฤษ

หลังจากนั้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ปี 2011 เขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้กับอังกฤษครั้งแรก ในเกมนัดกระชับมิตรกับเดนมาร์ก และโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้คาเปลโล่ตัดสินใจเลือกให้เขาเป็นแกนหลักของทีมชาติ

วิลเชียร์ติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 5 นัด ซึ่งนับเป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่หลังจากนั้นเขาถูกอาการบาดเจ็บเข้าเล่นงาน ทำให้เขาต้องหายหน้าไปจากสนามยาวนานถึงปีกว่า

ดังนั้นในการกลับมาครั้งนี้ สาวกปืนโตคงต้องมาเอาใจช่วยให้วิลเชียร์ กลับมาสวมชุด เดอะ กันเนอร์ส ให้ได้อีกครั้ง

Go to top