จากกรณี เกิดอุบัติเหตุ กระบะ 2 คัน ชนประสานงามีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถที่บริเวณ หลัก กม.ที่ 14-15 ถนนพิมาย-ชุมพวง บ้านหนองจิก หมู่ 9 ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา

cjoompong

ซึ่งในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูสุ รุ่นดีแม็กซ์ 4 ประตูสีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌร 2911 กรุงเทพมหานคร และบริเวณข้างประตูด้านหน้าซ้ายและขวามีโลโก้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สภาพด้านหน้าพังยับ และบริเวณที่นั่งคนขับมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดคาซากรถ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมาใช้เวลานานกว่า 30 นาที และเร่งปั้มหัวใจช่วยเหลือชีวิตและรีบนำส่ง รพ.พิมาย ทราบชื่อภายหลังคือนายทศพล ยุทธศิลป์กุล อายุ 52 ปี ตำแหน่ง นายอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา สภาพบาดเจ็บสาหัสมีบาดแผลที่ใบหน้าและพวงมาลัยรถกระแทกหน้าอกจนหมดสติ

โดยจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายทศพล ยุทธศิลป์กุล นายอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา ได้ขับรถประจำตำแหน่งออกจากบ้านพักตัวเมืองนครราชสีมาเพื่อเดินทางไปเป็นประธานงานศพที่วัดบ้านละโว้ อำเภอชุมพวงและกลับไปทำงานตามปกติ เมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุรถนายอำเภอเกิดเสียหลักพุ่งชนกับรถกระบะที่วิ่งสวนมาอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นเหตุให้นายอำเภอชุมพวง บาดเจ็บสาหัส และนายภูเทพฯก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน

ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. วันนี้ 30 เม.ย.60 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจาก ผอ.รพ.พิมาย ว่า นายทศพล ยุทธศิลป์กุล นายอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เสียชีวิตลงแล้วซึ่งตนเองขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวนายทศพลฯด้วย ตลอดระยะเวลาที่ทำงานร่วมกันมานายทศพลฯเป็นคนดี ตั้งใจทำงานดูแลแก้ปัญหาให้กับประชาชนด้วยความทุ่มเทมุ่งมั่นเสียสละ ในการทำงานมาโดยตลอด การสูญเสียนายทศพลฯถือว่าเป็นการขาดกำลังสำคัญของชาวมหาดไทย และก่อนเสียชีวิตก็กำลังเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายอำเภอที่ต้องดูแลประชาชน ตนจะเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้พิจารณาปูนบำเหน็จความดีความชอบให้กับนายทศพลฯต่อไป และตนได้มอบหมายให้ นายนิรันดร์ ดุจจานุทัศน์ ปลัดจังหวัดนครราชสีมา เดินทางไปรับศพนายอำเภอชุมพวงจาก รพ.พิมาย พร้อมครอบครัว มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร อ.เมืองนครราชสีมา และมีกำหนดการรดน้ำศพในวันพรุ่งนี้ 1 พ.ค.60 และขอพระราชทานเพลิงศพในวันต่อไป นายวิเชียรฯกล่าว

ขอขอบคุณข่าวจาก : https://www.khaosod.co.th/featured/news_326966

Go to top