แพทย์แผนไทย โคราช รักษาโรค SLE ไขความลับวิธีรักษาโรคแพ้ภูมิตัวเองหรือโรคพุ่มพวง ( SLE)
รถตู้ให้เช่า ร้อยเอ็ด
หมอเอ ณัฐปราชญ์ คลินิก

คยเป็นไหม ผิวแห้งลอกเป็นขุยจนรู้สึกเจ็บ ตัดสินใจคว้ากระปุกมอยส์เจอไรเซอร์ที่เขาว่าดีมาทาบนผิวแห้งเพื่อหวังจะกู้ผิว แต่ทันทีที่เนื้อครีมสัมผัสหน้า กลับรู้สึก “ยิบๆ” หรือ “แสบร้อน” จนต้องรีบล้างออก ความรู้สึกนี้มักตามมาด้วยคำถามคาใจว่า “นี่ฉันแพ้ครีมตัวนี้หรือเปล่า?”

มอยส์เจอไรเซอร์บางตัวทำไมทาบนผิวแห้งแล้วรู้สึกแสบ

คำตอบคือ “อาจจะไม่ใช่” เสมอไป

ในความเป็นจริง อาการแสบวูบวาบหลังทาสกินแคร์ลงบนผิวที่แห้งจัด มักเกิดจากกลไกทางสรีรวิทยาของผิวหนังที่เรียกว่า Compromised Skin Barrier หรือเกราะป้องกันผิวเสียหาย มากกว่าจะเป็นอาการแพ้ส่วนผสมซึ่งบทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงกลไกดังกล่าว เพื่อให้เข้าใจผิวและเลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างถูกต้อง

เมื่อกำแพงเมืองพัง ข้าศึกย่อมเข้าถึงง่าย

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ต้องเข้าใจโครงสร้างผิวชั้นบนสุดเสียก่อน ให้จินตนาการว่าผิวหนังของเราเหมือน “กำแพงอิฐ” โดยมีเซลล์ผิวเป็นก้อนอิฐ และมีไขมันระหว่างเซลล์ อย่างเซราไมด์ คอเลสเตอรอล และกรดไขมัน เป็นเหมือน “ปูน” ที่ฉาบยึดเกาะไว้

ในภาวะปกติ ปูนเหล่านี้จะซีลปิดแน่นหนา ป้องกันไม่ให้สารเคมีภายนอกแทรกซึมลงไปได้ลึก แต่เมื่อ ผิวแห้งขาดน้ำ” หรือโดนทำร้ายจนแห้งลอก ปูนเหล่านี้จะเสื่อมสลาย เกิดเป็นรอยร้าวเล็ก ๆ  ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เมื่อทามอยส์เจอไรเซอร์ลงไปบนผิวแห้ง สารประกอบในครีมจึงไม่ได้เคลือบอยู่แค่ด้านบน แต่ไหลซึมผ่านรอยร้าวเหล่านี้ลงไปกระตุ้น ปลายประสาทรับความรู้สึก (Nociceptors) ที่อยู่ลึกลงไปในชั้นผิวหนังกำพร้าโดยตรง ร่างกายจึงส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นความรู้สึก “แสบ” เพื่อบอกว่าเกราะป้องกันของคุณกำลังรั่ว

ส่วนผสม “ตัวจี๊ด” ที่มักทำให้แสบ (แม้ในสูตรอ่อนโยน)

แม้ผลิตภัณฑ์จะเคลมว่า For Sensitive Skin แต่ส่วนผสมบางกลุ่มที่มีคุณสมบัติทางเคมีเฉพาะตัว ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการแสบได้เมื่อเจอกับผิวที่เกราะป้องกันพัง:

  • สารกลุ่มผลัดเซลล์ผิว : แน่นอนว่า AHA, BHA หรือแม้แต่ Vitamin C (Ascorbic Acid) ที่มีความเป็นกรดต่ำ (Low pH) เมื่อทาลงบนแผลสดหรือผิวที่แห้งแตก ย่อมทำให้แสบระคายเคือง เป็นสิ่งที่ควร “งด” ทันทีเมื่อผิวแห้ง
  • ตัวทำละลายและสารนำพา : สารอย่าง Propylene Glycol หรือ Butylene Glycol มักใส่มาเพื่อช่วยให้เนื้อครีมซึมเข้าผิวได้ดี สำหรับผิวปกติสารเหล่านี้ปลอดภัยมาก แต่สำหรับผิวแห้งแตก การที่มัน “ซึมดีเกินไป” ผ่านรอยรั่วของผิว จะไปกระตุ้นปลายประสาทให้รู้สึกยิบๆ ได้
  • สารกันเสียและน้ำหอม : แม้แต่สารกันเสียยอดฮิตอย่าง Phenoxyethanol หรือ Sodium Benzoate ก็อาจก่อให้เกิดความรู้สึกร้อนวูบวาบได้ในผิวที่อ่อนแอมาก รวมถึงแอลกอฮอล์ระเหยไว (Denatured Alcohol) ที่จะดึงน้ำออกจากผิวซ้ำเติมเข้าไปอีก

เจล vs ครีม: เนื้อสัมผัสก็มีผล

หลายคนเข้าใจผิดว่า ผิวแห้งแสบ ต้องรีบเติมน้ำด้วย เจลว่านหางจระเข้” หรือ วอเตอร์ครีม” แต่ความจริงแล้ว มอยส์เจอไรเซอร์ที่มีสัดส่วนของ “น้ำ” สูง เมื่อทาลงบนผิวแห้งกลับทำให้รู้สึกแสบผิวได้มากกว่าพวกที่มีน้ำมันเยอะ

สาเหตุเพราะน้ำระเหยได้เร็ว และเมื่อน้ำระเหย มันจะทิ้งความเข้มข้นของสารเคมีอื่นๆ ไว้บนผิว หรือพาสารเหล่านั้นซึมลงร่องผิวเร็วเกินไป ในทางกลับกัน เนื้อบาล์ม หรือขี้ผึ้งที่มีความเป็น Occlusives สูง (เน้นเคลือบผิว) มักจะไม่ค่อยแสบ เพราะมันทำหน้าที่เหมือน "พลาสเตอร์ปิดแผล" มากกว่าการซึมลงไป

วิธีแยก แพ้ หรือ แค่ระคายเคือง ?

  • ระคายเคืองจากผิวแห้ง : ทามอยส์เจอไรเซอร์ลงบนผิวแห้ง แล้วรู้สึกแสบ ร้อนวูบวาบทันที แต่ผ่านไปสัก 5-10 นาที อาการจะค่อยๆ หายไปเอง และไม่มีผื่นนูนแดงขึ้นตามมาในวันรุ่งขึ้น
  • แพ้ส่วนผสม : อาจไม่แสบทันทีที่ทา แต่อาการมักมาในรูปแบบ "คันคะเยอ" มีผื่นแดง ผิวสาก บวม หรือมีตุ่มน้ำใส ขึ้นหลังจากใช้ไปแล้ว 24-48 ชั่วโมง

เลือกมอยส์เจอไรเซอร์อย่างไรในวันที่ผิวพัง

หากทามอยส์เจอไรเซอร์ลงบนผิวแห้งแล้วแสบ ไม่ได้แปลว่าต้องหยุดทาทุกอย่าง เพราะผิวยิ่งแห้ง แผลยิ่งเปิดกว้าง สิ่งที่ต้องทำคือเปลี่ยนชนิดของมอยส์เจอไรเซอร์:

  1. Back to Basics : มองหาคำว่า "Bland" Moisturizer หรือมอยส์เจอไรเซอร์ที่ "น่าเบื่อ" ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มี Active Ingredients (งด Whitening/Anti-aging ชั่วคราว)
  2. เน้นกลุ่ม Occlusives : มองหาส่วนผสมที่ทำหน้าที่เคลือบปิดรอยรั่ว เช่น Petrolatum (ปิโตรเลียมเจลลี่), Dimethicone, Shea Butter หรือ Squalane สารเหล่านี้มีโอกาสทำให้แสบน้อยที่สุด
  3. Physiological Lipids : เลือกครีมที่มีส่วนผสมจำลองไขมันในชั้นผิว ได้แก่ Ceramides, Cholesterol และ Fatty Acids เพื่อทำหน้าที่เป็น "ปูน" ไปซ่อมแซมรอยรั่วของกำแพงผิวโดยตรง
  4. ลดปริมาณน้ำ:  หากใช้โลชั่นเหลวๆ แล้วแสบ ให้เปลี่ยนมาใช้เนื้อครีม (Cream) หรือ บาล์ม (Balm) ที่ข้นหนืดแทน

การทามอยส์เจอไรเซอร์ลงบนผิวแห้งแล้วรู้สึกแสบคือสัญญาณขอความช่วยเหลือ (SOS) ของผิวที่บอกว่า "เกราะป้องกันฉันพังแล้ว" ไม่ใช่แค่เรื่องของการแพ้สารเคมีเสมอไป การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่การหยุดทาครีม แต่คือการเลือกใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เน้นการซ่อมแซมเกราะป้องกันผิว และลดสิ่งปรุงแต่งให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้ผิวกลับมาแข็งแรงจนสามารถทาสกินแคร์ปกติได้โดยไม่รู้สึกแสบอีกครั้ง

 

Go to top