บทความ

อย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ นี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ นำไปสู่วิกฤตการณ์ต้มโคล้งปลาทู

บทที่ 13 ซ่าจนหยดสุดท้าย โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

ความรัก และห่วงใย ในมาตรฐานที่กำหนด ของลูกๆก้าวเข้าสู่ สหัสวรรษที่ 3 มาครึ่งทางแล้ว (สหัสวรรษ หมายถึงรอบหนึ่งพันปี) millennium “พุทธชยันตี” หรือ เรียกอีกอย่างว่าช่วง 25พุทธศตวรรษ (2500th Buddha Jayanti Celebration) มนุษย์เราเริ่มคิด และมองหาสิ่งที่ไกลตัว สิ่งที่ยังมาไม่ถึง สิ่งที่นักสร้างฝันหลายๆ ต่อหลายคน ในโลกมายา “มายาคติ” (โลกแห่งภาพยนตร์) เกิดความคิดปรุงแต่ง จิตนาการ สร้างขึ้น แสดงออกมา ด้วยเทคนิค วิทยาการอันทันสมัย “ล้ำสมัยเสมือนจริง” อ้างอิงเชิงวิทยาศาสตร์ ทำให้ดูหน้าเชื่อถือ กอบโกยเงินทองบ้านเรา และทำรายได้ไปทั่วโลก (ที่จริงหนังไทย ดีๆ ก็ยังมีนะ) อาจเป็นเพราะความกลัวของมนุษย์เป็นเหตุ หรืออาจเป็นการเตรียมพร้อมในการรับมือกับชีวิตในช่วง “วิบัติกาล” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่วิบัติกาล ใกล้ตัวมนุษย์วันนี้ ไม่ใช่ ยานอวกาศ มนุษย์ดาวอื่น หรือสารชีวภาพล้างโลก ซอมบ้า ซอมบื้อ อะไรหรอกครับ หากแต่มันเป็นวิบัติกาล “ในเข่ง” และไม่ใช่คำพยากรณ์เหตุการณ์สำคัญของโลก แต่เป็นหายนะครั้งใหม่ในซอยบ้านผม...ครับ พี่น้อง

T248

เช้าวันนี้ ได้ยินเรื่องราวที่ชาวบ้านพูดถึง “ปลาทู” ทำให้เกิดความคิดขึ้นว่า ต่อไปจะเอายังไงกันดี ไอ้เรื่องการกินปลาทู ของพี่น้องบ้านเฮา สำคัญนะครับ อย่ามองข้ามสิ่งเล็กๆ นี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ นำไปสู่วิกฤตการณ์ต้มโคล้งปลาทู จนถึงการส่งออก เพราะปลาทูบ้านเราอาจไม่ได้มาตรฐาน คนไทยอาจต้องบริโภคปลาทูนำเข้าจากต่างประเทศก็ได้ ส่วนชาวบ้านอย่างเราๆ ท่านๆ ก็ได้แต่ลิ้มรส “น้องลูกปลาทู” เท่านั้น ก็เลยต้องเขียนเรื่องนี้ให้คน ให้ใครๆ ที่มันยังไม่รู้ ได้รับรู้กันเสียบ้าง เริ่มที่เปิดตลาดของเช้าวันนี้ คึกคักผิดปกติ เข่งปลาทูเรียงเป็นระเบียบ ที่โต๊ะพับตัวเดิม จากจุดเดิม ที่พวก ลุงป้า น้าอา มายืนรอต่อแถวเพื่อเลือกสรร คัดตัว (ไม่ใช่การ ออร์ดิชั่น นะ ขำๆ) แต่เป็นสิ่งที่อยู่ในเข่ง กลมเล็ก ที่ส่งกลิ่นเชื้อเชิญ แมลงหัวสีทุกๆ วัน ให้มาเชยชม (ผมก็ไปเรื่อยๆ เหมือนกัน) เอามันเข้าว่า ไม่รู้ว่าผ่านมากี่มือ ไอ้พวก “ยี่ปั่ว ซาปั๊ว” จนมาถึงป้าปั๊ว ที่กำลังยืนงงๆ ขายอยู่นี้ เริ่มเปิดตัวสินค้าแบรนด์แรก “เข่งใหญ่” แม่ หรือพ่อปลา 1 ตัว สนนราคา 28 บาท (ตายังใสอยู่) ในเข่งขาดคู่ มีตัวเดียวจริงๆ สำหรับปลาเจริญวัยของวันนี้ แบรนด์ต่อไป ไม่ให้เสียเวลากันเลยทีเดียว พี่น้องครับสินค้าคุณภาพจากแม่กลอง “ในเข่งเท่ากัน” มีปลาทู 2 – 3 ตัว หากแต่ว่า “มันคือลูกปลาครับ” ลูกปลาทู นะ ตัวเล็กหน่อย ก็ยัดกันอยู่ 3 ตัว ส่วนตัวประมาน 2 นิ้ว ก็อาศัยกันเป็นคู่ละครับ ไม่ใช่งานประมูลหรอกครับ ใครมาก่อนก็ได้เลือกก่อน ใครมาหลังก็อาจต้องรับประทานลูกปลาทูกันละวันนี้ ทอดกรอบๆ ก็กินได้ทั้งตัวละครับ หรือจะนำไป ตำน้าพริก ก็ “คิขุ โนเนะ” ดีครับ ในเมื่อมันแพงแบบนี้ มีน้อยก็ทานน้อย แบบเพียงพอ หรือจะ “พอ” เพราะได้มาแค่นี้ ขนาดยังไม่ได้ประกอบเป็นอาหารสำเร็จวางขายตามแพง ร้านขายข้าวแกงนะนี่ ทอดสุกดี ทอดออกมาสีสวยชวนกิน ตัวเขื่องๆ ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ คุณคิดว่า สนนราคาจะสักเท่าไร มันต้องอยากกินจริงๆ หรือรักการลิ้มรสชาติ ของปลา”ทู” นั้นละครับ “ถึงกล้าซื้อ” หรือเราลองหันไปกินพวกปลาซิวตากแห้ง ประชด “ภัยแล้ง 2559” กันดู แคลเซียมมันเยอะดีนะ ขอบอก “ฟันก็ไม่ค่อยจะดี แต่ดันอยากทาน ปากมันคัน...ซะงั้น” (ผลาญก็เพื่อลูก ปลูกก็เพื่อหลาน) “ยืนอยู่บนยอดไม้” ขอให้เห็นใจพวกเรา คนไทยแท้ๆ  แม้นไม่ได้เจือปน

LOGO Duck Head

สาวสวยโคราช น้องเม พยาบาล ER สาว

แนะนำนางฟ้าพยาบาลคนนี้เลยค่าาา"น้องเมย์". @แผนกER. สดใส. น่าร้ากกกกกกก. ยิ่งได้เจอหน้าพูดคุย. ยิ่งหลงร้ากกกกกกก ^^ อยากพบปะพูดคุยเชิญวิ่งเอาหัวชนผนังบ้านแล้วขับรถไปรักษาได้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา 555+

บทที่ 10 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

เรื่องชิวๆ ของคนวัยกลับ

T245

ก่อนจะเป็นชิงช้าอันสวยงาม ดูน่าสนุก สร้างความเพลิดเพลิน กับผู้ที่พบเห็น และได้รองสัมผัสมัน ความรู้สึกสนุกๆ ในวัยเยาว์ เหมือนได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้งภายในใจของเรา (หากว่ายังมีความทรงจำดีๆ ในวัยเด็ก) เพื่อน “เด็กผู้ชายคนนั้น” “เด็กผู้หญิงคนนี้” แล้วแต่จะคิดถึง (ของใคร ก็ของมัน) ใต้ร่มเงาไม้หลอมแหลม ของวันร้อนๆ ตอนสายวันนั่นเอง ขอบอกว่าร้อนจริงๆ ตอไม้ที่ถูกเชื่อมต่อกันเป็นเสาร์ สองด้าน รองรับคานชิ่งช้า เป็นงานลอกเรียนธรรมชาติ ที่บรรจงสร้างขึ้นจากปูนซิเมน เป็นต้นไม้มีอายุ ที่ถูกตัดมาจากป่าสงวนแห่งชาติ เพื่อแสดงออกถึงคุณค่าของป่า นั้นคือ ”ชิงช้าที่สวยงาม” โดยช่างปูน ผู้ชำนาญงานท้องถิ่น คนสนิทของน้าที่บ้านสวน พอลงรถมองเห็นนั่งร้านแบบเหล็ก ผูกติดกับเสาร์ค้ำคาน ทั้งสองด้าน พาดด้วยไม้กระดานหน้า 6 มั่ง (ไม้แบบ) ที่ทีมงานของน้าเตรียมไว้ให้ เราเดินวนดูลักษณะของรูปทรงสักครู่ เพื่อการลงสีให้ดูเป็นต้นไม้สมจริง (ก็วนคล้ายๆ หมาหาจุดนอนละครับ) สีเตรียมให้พร้อม ร่างกายพร้อม จิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว ถังน้ำตักน้ำเรียบร้อย แปรงทาสีมี ทุกอย่างลงตัว ก็เริ่มเลยซิครับ จะไปพูดพร่ำ ทำเพลง ทำไม ลุยม้วนเดียวให้จบไปเลยดีกว่า (อาจพูดเกินไป นิดๆ เหมือนจะไปออกศึก)

หลังจากทนกับความร้อนสักครู่ใหญ่ สำเร็จหนึ่งด้านผ่านไป ที่จริงแค่เสาร์เดียวเท่านั้น ไม่ง่ายเหมือนตาเห็นเลยครับ ก็ถึงเวลากินกลางวัน คือข้าวเช้าไม่ได้ทาน เลยกินเร็วก่อนช่าง ก็เที่ยงแล้วนี้ ดูจากพระอาทิตย์ตรงศรีษะพอดี เสร็จธุระทุกอย่าง นั่งชิวๆ บุหรี่ สักมวน พอให้หายเหนื่อย คลายร้อน เมื่อกำลังกายกลับมาแล้ว ลุยโลด ม้วนเดียวให้จบ...หลังจากนั่นผ่านไปประมาน 3 ชั่วโมง งานก็อย่างที่เห็นละครับ วันนั้นมีเพรียงเสาร์ กับคาน ปัจจุบัน ใส่สายโซ่ ใส่ตัวกระดานที่รองนั่งของชิงช้าแล้ว เห็นแล้วเป็นไงครับ อยากกลับไปเป็นเด็กละซิถ้า ป้าๆ ลุงๆ

LOGO Duck Head

สมาคมสหพันธ์การขนส่งทางบกไทย

ขอเรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา

ร่วมพิธีเททอง หล่อเทพเจ้า "กวนอู" (ส่วนหัวใจ) ครั้งที่ 2

AD 005

เสาร์ที่ 12 มีนาคม 2559

เวลา 14.49 น.

ณ มูลนิธิเที่ยงธรรม ชลบุรี

ติดต่อสอบถาม 038-385680-1

ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

AD สหพนธกจประกน

ร่วมบอดบุญศรัทธาพี่น้อง

LOGO Duck Head

บทความนี้ไม่มีเจตนาพาดพิงถึงใคร...ด้วยความเห็นใจ จากคนรากหญ้า สู่คนรากหญ้าเหมือนกัน (ไม่เกี่ยวกับรากเหง้าของใคร)

บทที่ 12 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

T247

ย้อนไปสู่ยุคจอมพล ป นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 จอมพล แปลก พิบูลสงคราม (แปลก ขีตตะสังคะ) ในยุคนั้นมีความเปลี่ยนแปลงมากมายในประเทศสยาม รัฐฐะ หวังให้ “สยาม” เจริญรุ่งเรือง อินเตอร์เทรด เป็นอารยะ เทียบเคียงประเทศศิวิไลซ์ ประเด็นเด่น และเด็ด หนึ่งในเหตุการณ์ความเปลี่ยนแปลง ที่คนไทยไม่เคยลืม ห้ามเด็ดขาด ปู่ย่า ตายาย ลุงป้า น้าอา คนเฒ่าชรา ของเมืองนี้ “กินหมาก” ด้วยเห็นว่าไม่สมควร ไม่งามต่อสุขภาพปาก และฟัน ของตา ยาย (เมื่อยิ้มให้ต่างชาติ อาจดูไม่สุภาพ ไม่เกิดความประทับใจ) ชื่อสยามเมืองยิ้มอาจเปลี่ยนเป็น “สยามยิ้มสยอง” ก็เป็นไปได้ บ้านเมืองจะดูหมองลง สกปรกขึ้น ฝรั่งต่างชาติอาจเมิน ไม่มาลงทุน ไม่มาเที่ยวชมบ้าน ชมเมืองเรา และด้วยเหตุที่ “คนสยาม” เป็นคนสบายๆ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ตา ยาย คงหาถังขยะ แบบแยก เปียก แห้ง ไม่เจอกระมัง เลยต้องถุยไปอย่างเกรงใจเล็กๆ ก็แอบๆ ถ่มทิ้งข้างเสาร์ไฟบ้าง สถานีรถเมล์ บ้าง ฯลฯ ของที่ถ่มทิ้งจะไปเก็บขึ้นมากินอีก ได้ไงครับ ก็เหมือนกับคำพูด คำสั่ง ออกไปแล้วจะให้เรียกคืนยังไง ก็ไม่ยอมหมดวาระ (ยังไม่หมดวาระ) เอาสะดวกเถอะ ตา ยาย นี้เขากะให้สิ่งที่คุ้นชินของวิถีคนเฒ่า คนแก่ เปลี่ยนแปลงได้จริงๆ หรือ ตาแปลก ทั้งตัด โค่นล้ม ทำลาย จนทำให้ตลาดเขาเกิดวิกฤต คนเก่า หรือคนใหม่ ก็พูดกันไปเรื่อยๆ เลย ไม่ยอม ”ลืมตา” ดูความเป็นจริง ไม่เคารพสิทธิ์ ของความเป็นมนุษย์ หากหานิยาม อิสระ ไม่ได้ จะไปต่างจากผู้ต้องขังหรืออย่างไร อิสระชนจะเกิดขึ้นได้หรือ หากเผด็จการเสรีภาพมนุษย์อยู่อย่างนี้ (กับคำว่า ประเทศไทย เป็นของคนไทยทุกคน เลิกพูดซะที) ขนาดในยุคนั้น ห้ามกันอย่างเข้มขัง บทลงโทษ เป็นกิจจะลักษณะ จนทำให้ คนเฒ่า คนแก่ในยุคนั้น อกสั่นขวัญแขวน ไปตามๆ ถึงขนาดนั้นแล้ว ยังอดแอบเคี้ยวไม่ได้ ภาพยนตร์หลายเรื่องได้ถ่ายทอด เพื่อเป็นบทเรียน ให้คนในยุคปัจจุบันได้เรียนรู้ แสดงวิถีชีวิตคน ในยุคสมัยก่อน หลายต่อหลายเรื่อง จริงไหมครับ ท่านคิดจริงหรือว่าทำเช่นนี้ถูกแล้ว ขึ้นราคาบุหรี่ ประชดเด็ก มันก็เป็นการ ประชดชาติ (วิสัยทัศน์กว่างไกลอย่างเหลือเชื้อ จริงๆ วะ) จะช่วยแก้ไขปัญหาเยาว์ชน ให้เลิกสูบบุหรี่ได้ทุกคน หากขณะนั้นไม่มีเงินซื้อ ไม่มีปัญญาจะสูบ (ท่านครับ ระวังปัญหายาเสพติด ไอ้ตัวที่มันแรงๆ กว่า และถูกกว่าด้วยสิครับ) การเร่งปั่นราคา “บุหรี่” ให้สูงขึ้น แบบถี่ยิบเช่นนี้ (นึกว่าเป็นหุ้นรึเปล่า) แล้วไอ้เด็กที่พ่อแม่ มีเงิน มีฐานะดี มันก็พูด ”ไม่มาย กูยังไงก็ได้” ส่วนพวกฐานะไม่ดี เมื่อเข้าสังคม “มันก็เพื่อนของเรา” เพื่อน ขอ เราก็ให้ ระวังนะประเทศจะย้อนไปเป็นแบบยุค “อัล คาโปน” (Al Capone) หยุดสั่ง สร้างสรรค์แบบโง่ๆ ให้รากหญ้าเขาบริหารกันเองดีไหม ชีวิตคน เดี๋ยวนี้ใช้ว่าจะยาวนาน อย่าดูถูกปัญญาคน เด็กสมัยนี้ ดี ชั่ว เขาเลือกของเขาได้นะคุณท่าน มีแผนอื่นรึเปล่าพี่ สงสารลุงเถอะ

LOGO Duck Head

(กับดักชีวิต) บทที่ 9 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

เช้าของวันที่ 3 เดือนสาม อากาศวันนี้ช่างดีจริงๆ เย็นสบายแบบนี้ในช่วงเช้ามาสาม สี่วันแล้ว พอตกสายหน่อยก็กลับมาร้อนเหมือน เคยๆ เปลี่ยนหน้า เป็นหลังอยู่เสมอ

T244

ขณะปั่นจักรยานกลับจากร้านกาแฟเจ้าประจำในซอย “วันดีๆ” ดูเหมือนว่าอะไรก็ดีแม้แต่กาแฟวันนี้รสชาดดีผิดจากวันก่อนๆ  อร่อยกว่าทุกวัน  ขณะที่ปั่นจักรยานก่อนจะถึงหน้าบ้าน เราต้องแวะร้านของชำเจ้าประจำ ซื้อน้ำแข็งหนึ่งถุง ในราคาห้าบาท เป็นปกติ ทำอย่างนี้เป็นประจำ แช่น้ำในกระติก ในยามอากาศร้อนๆ นี้ดีนักแล ถนนหน้าบ้านเดี่ยวนี้คึกคัก ด้วยเหตุความเจริญเข้ามามาก รถ 6 ล้อ บรรทุกดิน รถสองแถว เด็กซิ่ง  เด็กแว้น - เด็กสก๊อย รถยนต์ส่วนบุคคล วิ่งกันอย่างเมามัน เหมือนไม่มีเวลาพัก หรือพวกเขาคงมีกิจการ กิจกรรม ต้องกอบโกย แข่งกับเศรษฐกิจที่ฟุบตัว  ก่อนที่จะล่มสลาย ทั้งกลางวัน กลางคืน ดึกๆ ดื่นๆ ก็ไม่เว้น วิ่งกันขวักไขว่ จนหน้ากลัว (คนรักสัตว์ ต้องผวาไปตามๆ) ถนนยิ่งแคบ รถก็เยอะ อีกทั้งได้รับผลกระทบอย่างแสนสาหัตจากรถบรรทุกหนัก ถนนเส้นนี้ก็เลยปุ ปะไปหมดครับ  ดูยังกับหนุ่มหน้าปลวก ยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้ เห็นแก้ปัญหาด้วยการเอาดินที่วันๆ มันขนผ่าน เททิ้งไว้ รอรถคันต่อไปมาเหยียบย่ำ หวังจะให้มันแน่นเหมือนเดิม แบบนี้ปัดสวะให้พ้นตัวนี้หว่า นี้เรื่องจริงนะ ไม่ได้ว่าใครให้เสียหาย เพราะพวกเราใช้กันเอง ควรช่วยกันดูแลให้ดี ให้ใช้นานๆ หากยังเป็นเช่นนี้ก็อย่าใช้อารมณ์  เพราะช่วงล่างของรถคุณอาจเสียหายได้  ขอให้ช่วยนึกถึงเรื่องฝุ่นที่มันเยอะ ขับกันเบาๆ บ้าง  สงสารบ้านที่เขาอยู่ติดถนนบ้างครับผม (ไม่รู้ร้องทุกข์กับใคร อายที่จะพูด) พูดแล้วก็เหมือนถ่มถุย ไม่มีประโยชน์ ก็นั้นละครับอะไรก็ไม่แน่ เป็นไปตามกรรม ธรรมดา อย่างวันนี้ก่อนเข้าบ้าน ที่หน้าประตู มีนกพิราบบาดเจ็บตัวหนึ่ง พยายามดื่มน้ำ ที่ไหลผ่านความลาดชันของพื้นที่หน้าบ้าน ก่อนหน้านั้นได้รดน้ำต้นไม้ ก่อนออกไปดื่มกาแฟนอกบ้าน ดูนกตัวนั้นแล้วให้เกิดสังเวชใจนัก เราเลยเปิดประตูรั้วทิ้งไว้สักครู่ เผื่อมันจะเข้ามาหลบภัย ดูเหมือนมันจะรู้ว่าเราเชื้อเชิญ มันเดินตามเราเข้ามาต่อยๆ อย่างระมัดระวังตัว ฉลาดรู้เรื่อง เหมือนถูกฝึกมาอย่างดี มันก็เดินกระย่องกระแย่ง สำรวจบริเวนพื้นที่จอดรถ เห็นแล้วก็ให้สงสาร เลยหยิบชามข้าวหมา ที่ยังมีข้าวอยู่พอสมควรเลื่อนๆ ไปใกล้ๆ มัน ในใจหวังให้มันได้กินอิ่มสักมื้อก่อนที่จะมีแรง แล้วบินจากไป เอื้อมมือหยิบถุงน้ำแข็งที่วางไว้กลับเข้าห้องเพื่อนำไปใส่กระติก เราหันไปดูมันด้วยยังห่วงๆ และหวั่นๆ ในใจยังไงก็ไม่รู้ เลยพูดลอยๆ ขึ้นว่า “ระวังแมวเด้อ” เท่านั้นละ เราก็กลับเข้าห้อง ส่วนน้ำแช็งก็วางข้างกระติกยังไม่ทันได้เทเลย เสียง กุก กักๆ ดังจากจุดที่เจ้านกพิราบตัวนั้นอยู่ เราก็รีบวิ่งออกไปดู ใจมันแวบขึ้นมาเหมือนหยั่งรู้โดยอัตโนมัติ “เรียบร้อย” เสร็จมัน แมวสีขาวลายด่างๆ สีน้ำตาลอ่อน ไม่รู้ของบ้านไหน (ที่จริงก็รู้อยู่เต็มอกว่าของใคร) อย่าไปพูดดีกว่า ไม่ชอบวุ่นวาย ก็แค่แมวตัว สองตัว กะว่ามีเศษอาหารก็ทิ้งให้มันกิน พอประทังชีวิตไปวันๆ แต่สิ่งที่ให้ดันกลายเป็นกับดัก ฆ่าชีวิตของเจ้านกที่น่าสงสาร ให้จบชีวิตลง ด้วยความหวังดีของเราแท้ๆ ไอ้ที่ไม่อยากให้มันโดนรถทับ กลับเป็นว่า นำพาชีวิตมาสังเวยเจ้าแมวเถื่อนเสียได้ อนิจจา ไม่เที่ยงจริงๆ ทุกสิ่งบนโลกนี้สุดที่ จะคาดเดา สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม อโหสิกรรมให้เราก็แล้วกันนะเจ้านก (หวังดี ประสงค์ดี แต่เหคุมันดันร้ายไปได้)

LOGO Duck Head

เรื่องสั้นๆ อ่านกันยาวๆ (ปฐมบท ต่อนที่ 3)

บทที่ 8/3 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

ต่อจากคราวที่แล้ว...

T241

ก่อนหน้านั้น ณ ลาดพร้าวซอยต้นๆ PM เวลาหลังเที่ยงวันถึง ก่อนเที่ยงคืน

เปิดเรื่องด้วย เสร็จจากกินกลางวัน เดินลากขาอันหนักผิดปกติของวัน อาการนี้เกิดขึ้นอย่างน้อยสัปดาห์ละสามวัน เร่งกลับขึ้นออฟฟิศ ด้วยนิสัยส่วนตัวเป็นคนทำอะไรต้องเร็ว ไม่นั่งแช่ เหมือนนั่งชิวๆ ผมก็เลยได้แต่เก็บอาการ ผะอืดผะอม กลับไปพร้อมความอ่อนล้า เหตุเพราะคืนวานจัดหนักไปหน่อย พอก้าวขาซ้ายเข้าประตูเท่านั้น เสียงใสๆ ของแม่บ้านสุดสวยก็ดังขึ้น “คุณคะ มีโทรศัพท์ค่ะ” ที่จริงพี่แม่บ้านจะเรียกชื่อผมตรงๆ เอาเป็นว่าอย่างนี้ก็แล้วกัน “ตาแก๊ป เพื่อนโทรมา สักครู่ใหญ่แล้ว” ดีกว่าเห็น ๆ เป็นกันเองด้วย ไอ้เราคิดในใจ “เอ้ ใครโทรมาวะ” คิดดังไปหน่อย เหมือนพี่แม่บ้านได้ยินความคิดผมเลย ไม่น่าเชื่อ อัศจรรย์ ขนหัวลุก “นี่ ค่ะเบอร์โทรกลับ” สุดยอด ทำงานดี พอผมเดินขึ้นบันไดขั้นแรกเท่านั้น (ขอบอกห้องทำงานของผมอยู่ชั้นสาม) พีแม่บ้านก็เรียกตามหลังอย่างดัง เหมือนผมไปติดเงินแก แล้วกะจะเบี้ยว “ตาแก๊ป” (ตกใจ) “อะไรอีกละพี่” “กาแฟไหมค่ะ” ว้าวๆ...สุดยอดอีกแล้ว ใครจะรู้ใจเท่าเธอ “ขอบคุณครับพี่ ผมขอเข้มๆ เลยแล้วกัน หัวมันตุบๆ ยังไงไม่รู้” “หนักละซิถ้า” รู้ดีไปหมด พี่เขาคงได้กลิ่นลำมุดเน่าจากลมหายใจผม เอาละผมได้เบอร์ ได้กาแฟ (ดำสนิท) หนึ่งแก้วใหญ่เรียบร้อย ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงละคราวนี้ รีบขึ้นไปห้องทำงานอย่างไว ลืมบอกไปนิด ชั้นสอง เป็นห้องเจ้านายใหม่ผม กลางวันแกจะปิดแอร์ และแง้มประตูไว้เสมอ ในกรณีไม่มีลูกค้า ผมนี่เป็นคนที่โชคดีจริงๆ ได้รู้จัก ได้พบเจอคนดีๆ เจ้านายผมคนนี้ก็สุดยอด

จบGraphic Design จากอเมริกา ถือว่า เป็นครูของผมอีกคน ที่ทั้งเคี่ยวจนข้น ทั้งผัด สารพัดกลเม็ดเด็ดพาย ทั้งเรื่อง Design ด้าน Creative และการตลาด ทุ่มเทสั่งสอน สั่งการผม ทุกวันนี้พอมองย้อนกลับไป ผมยังคิดถึงแกอยู่เลย ขอบคุณครับพี่ พอเราเริ่มอายุมากขึ้น ทำอะไรช้าลง เริ่มมองหาอดีต มองเห็นนัยยะ ของความหวังดีผู้อื่น จึงได้รู้ว่า เมื่อก่อนตัวเองพลาดในสิ่งดีๆ ไป อย่างน่าเสียดาย ก็เพราะเป็นคน “ดื้อรั้น” ถือดี อวดเก่ง (ช่วงวัยนี้ แก้ไขได้ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง) เหมือนจับเด็กเล่นไฟ ถ้าเราไม่จับดูเองสักที ก็ไม่อาจรู้ว่ามันร้อน จะรู้เพียงแค่เขาบอกว่า “ร้อน” ทุกวันนี้ สุขุมขึ้นมาก (เป็นเพราะอานิสงส์ จากการเลิกดื่ม) มาหลายปีแล้ว

นี้ก็ไม่ใช่ประเด็น แต่อยากเล่าให้ฟังครับ เพียงแค่จะบอกว่า ชีวิตเหมือนการผจญภัย

ในป่าใหญ่ ที่มีทั้งสัตว์ดุร้าย เจ้าเล่ห์ พร้อมที่จะขบหัวเราได้ทุกเมื่อ หากวันไหนเราอ่อนแอ มาเตรียมความพร้อมกาย ใจ ไม่ประมาท สะสมเสบียงอาหาร และอาวุธป้องกันตัวเพื่อต่อสู้ ดิ้นรน ในป่าคอนกรีต ในเมืองวุ่นวาย ในความใจร้ายของคน ขจัดความเห็นแก่ตัวของตน หลุดพ้นจากพันธนาการของอวิชชา คือความไม่รู้ ไม่เข้าใจในสภาวะเป็นจริงตามธรรมชาติ ความทุกข์ และสุข ลืมตาอย่างสดใส ในแต่ละวัน เตรียมใจ เตรียมตัวให้พร้อม ทุกๆ สถานการณ์

(เสบียง คือทรัพย์ อาวุธ คือ ปัญญาวิชาความรู้ ความกล้า คือ ความมั่นใจ ในการตัดสินใจกับปัญหาต่างๆ อย่างมีสติ) อยู่คนเดียว เดินคนเดียว ล้มก็คนเดียว

“แก๊ป” เสียงเจ้านายดังขึ้นก่อนที่ผมจะเดินผ่านหน้าห้องของ บอสใหญ่ แห่งบริษัทโฆษณาที่เคยติด 1 ใน 10 อันดับบริษัท Graphic ของเมืองไทย “ครับผม” ผมรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว “มาคุยกันก่อนซิ” สงสัยงานเข้า ผมก็จำเป็นต้องแวะอีกแล้ว ไอ้

เราก็กระว่าจะรีบขึ้นไปโทรกลับหาไอ้หนุ่ยสักหน่อย ดันสะดุดซะได้ แต่ก็นั้นแหละครับ “งาน” ความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง ต้องมาพร้อมกับภาระอันยิ่งใหญ่ เพื่อปาก เพื่อท้อง เอาวะ ไม่เสียเวลาหรอก ไอ้หนุ่ยมันคงไม่ไปไหนมั่ง พอเข้าห้องหย่อนตูดลงนั่งได้แป๊บเดียวเท่านั้น “บ่าย 2 โมงครึ่ง เขารับบรีฟงานนะ” “ครับพี่ครับ แค่นี้นะครับ” พี่เขามองหน้าอย่างสงสัย “รีบเปล่าแก๊ป” พอดีเพื่อนโทรมาต้อนกลางวัน ไม่รู้ว่ามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าครับ “ไปๆ ทำซะให้เรียบร้อย” พี่เขาคงดูออกว่าผมกำลังรีบ ถึงได้พูดตัดบทอย่างนั้น (ปกติจะพูดเยอะ) ก็ดี เดี่ยวก็ได้คุยกันยาวๆ อยู่แล้ว กว่าผมจะได้ขึ้นไปถึงห้องทำงานได้ ก็กินเวลาไปกว่าครึ่งชั่วโมง เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน (ขับรถบนถนน ที่มีด่านตรวจ แบบถี่ๆ) น่าหงุดหงิดนะ ไม่รู้ว่าจะโดนจับเป่า “แอลกอฮอล์” หรือเปล่าก็ไม่รู้ ใจมัน ตุ้มๆ ต่อมๆ บอกไม่ถูก (คนมันมีแผลอยู่แล้ว)

โปรดคิดคามตอนต่อไป ขอบคุณครับ

LOGO Duck Head

เพราะปัญหา เป็นจุดกำเนิดของปัญญา  ความทุกข์...ใครๆ ก็มี เป็นกันทั้งโลก

บทที่ 11 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

“โลกมนุษย์ “ “สังคม” มนุษย์อาศัยสังคมเป็นเครื่องอยู่ ยิ่งมากคน ยิ่งมากความ ดำรงตนอยู่ด้วยความเชื่อ และศรัทธา ในสิ่งที่ตัวเองรู้ ได้เล่าเรียนมาอย่างยากลำบาก ความมั่นใจ ถือตนเองเป็นใหญ่ ไม่ว่าด้วย ”เหตุปัจจะโย” เหตุให้เป็นไป สิ่งเหล่านี้ “พระพุทธองค์” ทรงตรัสว่า “สักกายะทิฏฐิ”คือ การยึดมั่นในสภาวะธรรมชาติ “ร่างกาย” ของตนเป็นใหญ่ เป็น “อัตตาตัวตน ร่างกาย รูปลักษณะ ตัวเอง หรือวิญญาณ ไม่แปลกเลยว่า ความคิดเห็นของคนเราจึงไม่เหมือนกัน ไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน ตามความเป็นจริงของโลก ที่ควรจะเป็น หากแต่ปรุงแต่งไปตามเหตุ ตามปัจจัยในความต้องการของตน ติดอยู่ในวังวนของโลกธรรม 8 อันหลอกลวงมนุษย์ ให้เห็นแก่ตัว(ตกสู่ที่ต่ำ เปรียบเทียบได้ดั่งธรรมขาติของ “น้า” ย่อมไหลจากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำเสมอ ฉันใด ก็เป็นไปฉันนั้น)

T246

โลกธรรม 8

โลกธรรม 8หมายถึง ธรรมดาของโลก เรื่องของโลก ธรรมชาติของโลกที่ครอบงำสัตว์โลกและสัตว์โลกต้องเป็นไปตามธรรมดานี้ 8 ประการอันประกอบด้วย

โลกธรรมฝ่าย อิฏฐารมณ์ คือ พอใจของมนุษย์ เป็นที่รักเป็นที่ปรารถนา

1.ลาภ หมายความว่า ได้ผลประโยชน์ ได้มาซึ่งทรัพย์

2.ยศ หมายความว่า ได้รับฐานันดรสูงขึ้น ได้อำนาจเป็นใหญ่เป็นโต

3.สรรเสริญ คือ ได้ยิน ได้ฟัง คำสรรเสริญคำชมเชย คำยกยอ เป็นที่น่าพอใจ

4.สุข คือ ได้ความสบายกาย สบายใจ ความเบิกบาน บันเทิงใจเริงใจ

โลกธรรมฝ่าย อนิฏฐารมณ์ คือ ความไม่พอใจของมนุษย์ ไม่เป็นที่ปรารถนา

1.เสื่อมลาภ หมายความว่า เสียลาภไป ไม่อาจดำรงอยู่ได้

2.เสื่อมยศ หมายถึง ถูกลดอำนาจความเป็นใหญ่

3.นินทาว่าร้าย หมายถึง ถูกตำหนิติเตียนว่าไม่ดี ถูกติฉินนินทา หรือถูกกล่าวร้ายให้เสียหาย

4.ทุกข์ คือ ได้รับความทุกขเวทนา ทรมานกาย ทรมานใจ

แม้หากได้ลงมาเกิด บนโลกใบนี้ ทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรก็ตาม ย่อมจะต้องเจอกับปัญหาเพราะปัญหา เป็นจุดกำเนิดของปัญญานั้นเอง ความทุกข์...ใครๆ ก็มี เป็นกันทั้งโลก ปล่อยๆ ไปบ้างเถอะ (มีมาทุกวัน ตามไม่ทันหรอกครับผม)

LOGO Duck Head

เรื่องสั้นๆ อ่านกันยาวๆ (ปฐมบท ต่อนที่ 4)

บทที่ 8/4 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

สั้นๆ ต่อจากคราวที่แล้ว...พอให้คิดถึงกัน

AD 012

แวะข้างทางบ่อย เกือบลืมจุดประสงค์ ที่ตั้งใจไว้แต่แรกไปเลย เอาเป็นว่าไม่นานนัก รถไฟได้มาถึง ชานชาลาที่ 3 ได้เวลาลงรถ เปิดประตู พยุงสังขาร เข้าบังเกอร์ส่วนตัว (เหมือนทหารบาดเจ็บ ยังไงก็ไม่รู้) “หวัดดีครับพี่” เสียงทักทายที่คุ้นเคย ภายในห้อง ทำงานอันอบอุ่น “เอ่อวะ” ผมตอบอย่างสไตล์ของผม อาจห้วนๆ ไปนิด แต่แฝงด้วยความเป็นกันเองกับลูกน้อง บรรยากาศเดิมๆ และไม่เป็นส่วนตัวสักเท่าไหร่ ก็ห้องตึกแถวคูหาเดียวนี้ครับ จะมีห้องส่วนตัวได้ไง ไอ้เราก็แค่ art director ตัวเล็กๆ ภายในห้องแบ่งเป็นสัด เป็นส่วนได้ลงตัวดี ใช้พื้นที่ประโยชน์ใช้สอยอย่างเหมาะสม ขนาดห้องพอสมควรมีห้องน้ำในตัว สุขาชักโคก หน้าต่างบานเกล็ด 2 บาน ที่กระจกแตกไป ด้านละ 2 ช่อง ยื่นออกไปนิดหน่อยจากช่องบานเกล็ดหน้าต่าง เป็นตัวเครื่องแอร์ ส่งเสียงคำรามเหมือนคนขี้โมโห เป็นระยะๆ ออกมาหน้าห้องน้ำหน่อย สูงขึ้นไปเป็นตัวแอร์ เวลามันเย็น มันก็เย็นเฉียบแบบสุดๆ ไปเลย ไอ้ความเย็นมันตรงหัวผมพอดี (โต๊ะทำงานผมดันอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ สมน้ำหน้าตัวเองจริง) อย่างว่าละครับความเป็นผู้นำย่อมเสียสละได้ เคยๆ แล้ว ก็สบาย พื้นที่ส่วนใหญ่กั้นด้วย “พาเตชั้น” เป็นคอกๆ ระหว่าโต๊ะทำงานของแต่ละคน มีไฟนีออนหลอดยาวติดอยู่ สูงขึ้นไปเหนือศีรษะคนละดวง ใต้ชั้นวางหนังสือที่ออกแบบเป็นทางยาวตลอดแนวโต๊ะ มีทั้งหมด 5 โต๊ะ หมายความว่าแผนกผมมีทั้งหมด 5 คน โดยมีผมเป็นหัวหน้าทีม พนักงานแต่ละคน ก็เลยถูกบังคับให้หันหน้าเข้ากำแพง หันหลังให้ประตูทางเข้า เรียกว่า หวงจุ้ยไม่ดีเลยครับ เพราะคนนั่งทำงานลักษณะนี้ ทำให้มีความรู้สึกเสียวสันหลังตลอดเวลา เมื่อคิดในทางดี ก็เป็นการฝึก ระมัดระวังตัว ดีเหมือนกัน ส่วนฝั่งกำแพงอีกด้านจะเป็นส่วนของคอมพิวเตอร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ สมัยนั้นยังใช้ เครื่องแมคอินทอช 7200 อยู่ ถือว่านั้นละดีแล้ว G3 – G4 หรือรุ่นที่แรงๆ ไม่ต้องพูดถึง สมัยนั้นไม่มีหรอกครับ PC ก็ไม่เคยใช้ ส่วนมากสมัยก่อน พวก PC จะใช้ในงานเอกสารสำนักงานเท่านั้น ในแผนก Design จึงไม่รู้จักกัน แต่สมัยนี้ PC แรงๆ ก็ใช้ได้ดีเหมือนกัน อยู่ทีฝีมือครับ ผมว่านะ ไอ้ที่ใช้อยู่นี้พองานหนักๆ หน่อย มันก็อืดๆ ขึ้นมา โชว์รูปนาฬิกาทราย นานเป็นชาติ แบบว่าบุหรี่หมดมวน กาแฟหมดแก้ว มันยังชิวๆ ของมันอยู่เลย สมัยนั้นแรกๆ ที่เข้ามาทำงานที่นี่ เจ้านายเขาไม่ให้ผมแตะหรอกครับ ไอ้คอมพิวเตอร์นี้ พี่เขากลัวว่าผมจะลงทาง หมายถึง จะไปรบกวนการคิดงานของผม ทำให้หลงประเด็น (หรือจะกลัวเครื่องพังกันแน่) นายเขาเลยให้ผมคิดอย่างเดียว คิดแล้วก็ “สเก็ตๆ” ภาพออกมา แล้วก็ส่งต่อ ให้ลูกน้องทีเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ดำเนินการต่อ เรียกได้ว่า Lower technology เลยละ ส่วนงานด้านฝีมือ วาดๆ เขียนๆ อันนี้ ไม่ได้เลย ต้อง”แก๊ป” ครับผม ก็เลยได้เป็น visual อาร์ต ควบไปด้วยอีกหนึ่งตำแหน่งอันทรงเกียรติ เอ้เรื่องนี้ เป็นเรื่องเพื่อน หรือเรื่องเราแน่ (ก็บอกตั้งแต่ต้นแล้ว นี้กล่องของผมครับ...คุณ) อย่าเบื่อละ เพราะทิศทางผมเป็นผู้กำหนด มันงานของผม (ไม่สนตลาด) เพียวอาร์ต ล้วนๆ

โปรดติดตามตอนจบในครั้งต่อไปนะครับ  ขอบคุณ

LOGO Duck Head

เรื่องสั้นๆ อ่านกันยาวๆ (ปฐมบท ต่อนที่ 2)

บทที่ 8/2 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

เรื่องต่อจากคราวที่แล้ว...

T243

ส่วนมากเพื่อนร่วมงาน เป็นเด็กศิลปะสถาบันเดียวกัน (ยกเว้นไอ้หนุ่ย) “เด็กพานพุทธ” เลยพูดกันง่าย ก็ดึงๆ กันมาจากบริษัทโฆษณาในที่ต่างๆ กัน เป็นเพื่อนของเพื่อนบ้าง รุ่นน้องในคณะบ้าง ในบริษัทนี้จึงเป็นแหล่งรวมสุดยอดฝีมือ ในสายงานศิลป์ แต่ละคนเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ของทุกแผนกที่บริษัทโฆษณาพึงจะมี เรียกได้ว่า “รวมพลคนมีความสามารถ มีความถนัดเฉพาะตัวครบเครื่อง” แต่ดันอ่อนเรื่องการตลาด ขาดซึ้งประสบการณ์ด้านบริหาร (ทำเก่ง ทำเป็นอย่างเดียว วางแผนไม่เนี๊ยบเปรียบได้กับชายซกมก) ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น (อาจเป็นคนเดียวที่ไม่ใช่ยอดฝีมือ) แต่...ที่พวกเราถนัดเหมือนกัน “ก็ไอ้ดื่มจัด” นี้ละครับ จึงทำให้สนิทกันได้อย่างรวดเร็วแบบปึกๆ ระยะเริ่มต้น งานก็ไปได้สวย เราได้งานบริษัทใหญ่ๆ 2-3 เจ้า ส่วนมากเป็นโครงการบ้านจัดสรร เป็นลูกค้าประจำบ้าง รายย่อยก็มีเขามาปะปราย งานส่วนมากเป็นฉลากสินค้า แผ่นพับ ใบปลิว ฯลฯ ใหญ่หน่อยก็เป็นงานจัดแสดงสินค้าตามห้างฯ ที่เรียกว่า “ออกบูท” นั้นละครับ ในช่วงนั้นทำอะไรก็สนุก ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย “แต่หิวมาก” ไม่ค่อยหลับไม่ค่อยนอน (ดื่ม) ที่จริงน่าหารายได้เสริม เป็น ร.ป.ภ. งานที่ทำดูเหมือนว่าจะราบรื่นไปหมด มีปัญหาบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ เพื่อนๆ ทำงานเป็นทีม รักใคร่กันดี เรียกว่า “กูเออ มึงเออ” ก็ว่าได้ แม้กินไม่ค่อยอิ่มแต่ก็รู้สึกดี เพื่อนแต่ละคนมีความอดทน และทนอดสูง มีมากก็กินมาก มีน้อยก็กินเท่าเดิม พวกเราเลยชักหน้าไม่ถึงหลังกันแถบทุกคน ไม่ว่าเจ้านาย ลูกน้อง แต่ก็อยู่กันได้ครับ แบบพอเพียง ไฟท์บังคับ เก็บผัก หักหญ้า มาม่า ปลากระป๋อง ของดอง (ผักกาดกระป๋อง) และเงินเชื้อ ไอ้นี่สำคัญเลยขอบอก ต้องรักษาเครดิตให้ดี มีก็ตามเวลา ไม่กล้า ไม่ด้านก็อด “ต้องใจ” จริงๆ “เกิดเป็นผู้ชายต้องมีใจอดทน” ครับ ถึงจะทำได้ เราอยู่กันเหมือนพี่ เหมือนน้อง แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปีก็ตาม แต่ก็เหมือนรู้จักกันมาเป็นชาติ ช่วงหลังแยกย้ายกันไปแล้ว “นานครั้ง” เรายังนัดสังสรรค์กันอยู่เสมอ (เรื่องมันก็เริ่มขึ้นในวันสังสรรค์ ของค่ำคืนอันสุดเหวี่ยง) หากจำไม่ผิด จุดเริ่มต้น “อนุสาวรีย์ชัย” กรุงเทพฯ 23 นาฬิกา โดยประมาณ สะพานลอยฝั่งพับแห่งหนึ่ง ซึ่งช่วงนั้นทางพับมักเล่นแต่เพลงบลูส์ ไม่รู้เรื่องหรอกครับไอ้ เพลงบลูส์ คืออะไร (หรือว่าจะเป็น บ่นๆ) รู้เพียงว่าเป็นเพลงฝรั่ง ส่วนไอ้เรื่อง ดำ หรือขาว ยังไม่รู้ (ก็ผมเด็กบ้านนอกนี้ครับ)

T242

จบไหม นี้เพิ่งจะเริ่มเอง หนังชีวิตดูกันยาวๆ (ปล) ที่กล่าวมาทั้งหมด ล้วนไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเล่าครับ แต่มันมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่อย่างซะไม่ได้ อย่าพึ่งลุกไปไหนซะละ

โปรดติดตาม ปฐมบทที่ 3 ต่อในคราวหน้านะครับ  ขอบคุณ

LOGO Duck Head

13 - 15 เมษายน 2559 สุขสันต์วันสงกรานต์

เล่นสนุก อย่างลืมทุกของผู้สูงวัย

13 เมษา วันผู้สูงอายุแห่งชาติ

AD 013

แบ่งรัก และห่วงใย ใส่ใจผู้สูงอายุ พระในบ้านคือ พ่อ - แม่

ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ผู้สูงวัยในสังคมบ้านเรา

ผู้ใหญ่ให้ไว้ทรง ดำรงค์ตนเป็นแม่พิมพ์

สมบูรณ์ทุกๆ สิ่ง หล่อหลอมจริงสมดังใจ

ส่งมอบความรัก และหวังดี ผ่าน พุทธิพงษ์  ธีรธรรมรัตน์ เพื่อนห่วงใยใกล้บ้านคุณ

ตัวแทนประกัน MSIG ประกันภัย

LOGO Duck Head

ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

มีอะไรในเดือน มีนา 59

AD 006

ประชาสัมพันธ์ข่าว โดย :ไอ้หัวเป็ด โคราช

AD 007

ประชาสัมพันธ์ข่าว โดย :ไอ้หัวเป็ด โคราช

LOGO Duck Head

(เรื่องสั้นๆ อ่านกันยาวๆ) ในกล่องเรา...เล่าเรื่องเพื่อน  (ปฐมบท ต่อนที่ 1)

บทที่ 8 โดย : ไอ้หัวเป็ด โคราช

ขออุทิศบทความนี้แด่ พี่โต้ง ผู้ก่อตั้ง Zellrust

เป็นดั่งพี่ชาย และอาจารย์ ทั้งวาด ทั้งขาย ทั้งใช้ชีวิต

มนุษย์เราแต่ละคน เมื่อถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกสีฟ้าใบนี้ แตกต่างกันเพียงสภาวะธาตุรูปกาย เพศ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันทุกคน คือ “กล่องเปล่าในใจ” พอเริ่มจำความได้ กล่องวิเศษจะถือกำเนิดขึ้น

กล่องความทรงจำประจำตัวของเรา เป็นกล่องพื้นที่เปล่ามาแต่แรก เหมือนเป็นห้องว่างทาสีขาว รอการจัดแต่ง นั้นก็เพื่อบรรจุความทรงจำ เรื่องราวของคนในแต่ละช่วงชีวิต เป็นเช่นนี้ทุกคน รู้เรื่อง

หรือเรียบร้อย ก็ขึ้นอยู่กับการจัดเก็บของเราเอง เพราะในกล่องใบนี้ยังมีผู้ดูแลรักษาอยู่ เลี้ยงเขาดี เอาใจใส่เขา เขาก็ทำงานให้เราอย่างหมดใจ ด้วยความซื่อสัตย์ เขาคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น “คุณสมอง”

หรือ ไอ้ก้อนเนื้อขั้นหูของเราเอง ต่อไปนี้ ลองเข้ามาชมกล่องของผมกันนะครับ คำเตือน (ห้ามคุ้ย เขี่ย หรือทิ้งปฏิกูล ลงในกล่องใบนี้)

T241

กรุงเทพฯ ย้อนหลังกลับไปหลายๆ ปี ย้อนไปอีก อีก “บอกว่า” อีกหลายปี ในช่วงปรับตัวของชีวิตการทำงาน เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ของหลายๆ ครั้ง ออฟฟิศใหม่ สถานที่ใหม่ ไกลขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่แปลก

สำหรับผู้คนที่ใช้ชีวิตในเมืองกรุงฯ ที่จริงแล้วเรื่องงานที่ทำก็ไม่ได้ใหม่อะไร มันก็อีหรอบเดิมจากที่เคยทำ เพื่อนร่วมงานใหม่ และเก่า ไอ้ที่เก่าก็เพื่อนที่มันออกมาด้วยกัน “ไอ้นี้” ที่ออกมาด้วยกันนี่ละครับ (เน้น) สมัยก่อนเรียกได้ว่า “คู่ซี้ดีแต่ฝัน” มันชื่อว่า “หนุ่ย” เป็นคนหน้าตาค่อนข้างไปทางดีนะ คิดงานเก่งในเรื่อง Design รูปแบบงานมักจะคูซับซ้อน แต่ก็ยังพอเข้าใจได้ ไม่แรงสุดขั้วเท่าไหร่ คำพูดคำจาดูน่า

เชื้อถือ แต่งตัวดี มีน้ำเสียงนุ่มลึก (พอเมามักพูดลิ้นพันกัน) กวนตีนบ้างบางครั้ง ชอบพูดเสียดสี ตีสองแง่ สองง่าม จึงทำให้มันมีสาวๆ มาติด”ตรึม” เป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ (อาจใช้คำไม่สุภาพ เพื่ออรรถรสในการอ่าน ที่เป็นกันเอง) พื้นเพเดิมมันเป็นคนโคราช แต่มาเรียนที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เด็ก (มันบอกผมอย่างนั้น) หนุ่ยเกิดในครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ ในหมู่บ้านเล็กๆ ของอำเภอหนึ่ง ในจังหวัดนครราชสีมา ด้วยเป็นลูกข้าราชการ พี่สาวมีทาวเฮาส์อยู่เขตบางกะปิ ก็ติดกับออฟฟิศใหม่ละครับ ห่างกันแค่สามคูหา ก็เลยอาศัยอยู่กับพี่สาว ด้วยความที่อยู่กรุงเทพฯ มานาน ช่วงแรกๆ ที่คบกับมัน ผมคิดเหมือนกันว่า

ไอ้นี่คงเป็นเด็กเทพฯ หน้าตาดูไม่คล้ายคนอีสานสักเท่าไหร่ ออกจะเหมือนเด็กใต้มากกว่า (มันยังไม่รู้ว่าผมก็อยู่โคราช) ผมไม่ใช่คนโคราชโดยกำเนิดหรอก (ไม่สำคัญ) อยู่ที่ไหนก็ขอแค่เป็นคนที่สังคมเห็นว่า

ดีก็แล้วกัน อ๋อเกือบลืมไป บริษัทที่ผมทำงานอยู่นั้น เป็นบริษัทโฆษณาเล็กๆ แถวบางกะปิ เป็นบริษัทของรุ่นพี่ ที่แยกตัวออกมาจากบริษัทเก่าที่ผมเคยทำงานอยู่ ย่านลาดพร้าว สามคนรวมตัวกัน หนึ่งในนั้น

ได้แยกตัวออกไป ในช่วงแรกยังไม่ทันตั้งไข่เลย ทำให้ภายในองค์กรเกิดความวุ่นวาย “ผมไม่รู้อะไร” เพิ่งมาอยู่เหมือนกัน ก็นั้นละครับ (ไอ้หนุ่ยเลยเสียบแทน) คนที่สามจึงเป็นไอ้หนุ่ย โดยปริยาย เหตุเพราะ

การเงินพี่เขาไม่ค่อยดี ไอ้หนุ่ยเลยได้ร่วมแจมด้วย ในนาม Zellrust ซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าหมายความว่ายังไง โดยเช่าทาวเฮาส์ 2 ชั้น 1 คูหา หน้าบ้านมีพื้นที่เล็กๆ พอที่จะโชว์การจัดส่วนแบบญี่ปุ่น และตั้งโต๊ะหินอ่อนสี่เหลี่ยมที่มีตารางหมากฮอด (จำได้ว่าพวกเราช่วยกันทำ)

LOGO Duck Head

(โปรดติดตามต่อ เร็วๆ นี้)

Go to top